การจ้างงานคนพิการของนายจ้าง

การจ้างงานคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556

พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในสังคม มีโอกาสในการเข้าถึงการประกอบอาชีพ ได้ใช้ศักยภาพของตนเอง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานคนพิการ ได้แก่ มาตรา 33 34 35 36 37 38 และ 39 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
คนพิการ พ.ศ. 2550
พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

  • มาตรา 33 ให้สถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงาน
  • อัตราส่วน 100:1 คือต้องจ้างคนพิการ 1 คนต่อลูกจ้าง/เจ้าหน้าที่ 100 คน เศษของลูกจ้าง/เจ้าหน้าที่ 50 คน ต้องรับคนพิการเพิ่มอีก 1 คน [1]

  • นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการ (เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ฯลฯ) มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า [2]
  • มาตรา 34 หากสถานประกอบการไม่ได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่กำหนด ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จำนวนเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำครั้งล่าสุดในปีก่อนส่งเงินเข้ากองทุนฯ x 365 (วัน) x จำนวนคนพิการที่ไม่รับเข้าทำงาน
  • หากสถานประกอบการที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ แต่ไม่ได้ส่ง ส่งเงินล่าช้า หรือส่งเงินไม่ครบถ้วน ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงินที่ยังไม่ได้ส่งเข้ากองทุนฯ
  • นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำจำนวนเงินที่ส่งเข้ากองทุนฯ มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่จ่ายจริง
  • มาตรา 35 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือสถานประกอบการไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐหรือสถานประกอบการนั้นอาจดำเนินการ
    1. ให้สัมปทาน
    2. จัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ
    3. จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการด้วยวิธีพิเศษ
    4. ฝึกงาน
    5. จัดให้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
    6. จัดให้มีล่ามภาษามือ
    7. ให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้

  • ตามคำสั่งกรมสรรพากรฯ [3] สถานประกอบการที่ดำเนินการตามมาตรา 35 มีสิทธิได้รับสิทธิทางภาษีดังนี้
    1. การให้สัมปทาน และการจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ ไม่มีสิทธินำมูลค่าการให้คนพิการได้ใช้สิทธิประโยชน์ในทรัพย์สินมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
    2. การจัดจ้างเหมาช่วงหรือจ้างเหมาบริการด้วยวิธีพิเศษที่เป็นไปเพื่อกิจการของตน หรือเป็นไปเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณ-ประโยชน์ โดยเป็นการจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการไปยังสถานที่ดังต่อไปนี้สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่จ่ายจริง
      ก. ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
      ข. สภากาชาดไทย
      ค. วัดวาอาราม

      ง. สถานพยาบาลของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล

      จ. สถานศึกษาของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน

      ฉ. งค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3. การฝึกงาน และการจัดให้มีล่ามภาษามือ สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่จ่ายจริง
    4. การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า [4]
    5. การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ เช่น การซื้ออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้กับคนพิการ สามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ถ้าให้เงินคนพิการโดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างงานให้กับคนพิการ กรณีนี้ไม่มีสิทธินำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
  • มาตรา 36 เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้อายัดทรัพย์สินของสถานประกอบการซึ่งไม่ส่งเงินที่จะต้องส่งตามมาตรา 34
 
  • มาตรา 37 เอกชนซึ่งได้จัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอํานวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะบริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่น ให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้  มีสิทธิได้รับการลดหย่อนภาษี หรือยกเว้นภาษีเป็นร้อยละของจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด
  1. การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสามารถนำมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า [5]    
  • มาตรา 38 สถานประกอบการที่จ้างคนพิการเข้าทำงานมากกว่าร้อยละ 60 ของลูกจ้าง โดยมีระยะเวลาจ้างเกินกว่า 180 วันในปีภาษีใดมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้น
  • นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการ (เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ฯลฯ) มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 3 เท่า [6]
  • มาตรา 39 ให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีอำนาจประกาศโฆษณาข้อมูลการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 ต่อสาธารณะอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
    • นกรณีที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐจะพิจารณาให้สัมปทาน การส่งเสริมการลงทุน การประกาศเกียรติคุณ สินเชื่อ รางวัล เครื่องราช-อิสริยาภรณ์ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดแก่สถานประกอบการ ให้นําข้อมูลที่ได้ประกาศโฆษณาข้อมูลการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33, 34 และ 35 มาประกอบด้วย
    • ปัจจุบัน สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) ได้มีการพิจารณารางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี” ได้แก่
      1) 
      องค์กรที่ส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการตามมาตรา 33, 35
      2) 
      องค์กรที่สนับสนุนคนพิการในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากการดำเนินการตามมาตรา 35
      3) 
      องค์กรสื่อมวลชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ
 

 

มาตรา 33 การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐ

การคำนวณอัตราส่วนการจ้างงานคนพิการ

มาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตามกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐและสถานประกอบการต้องมีอัตราส่วนลูกจ้าง 100 คนต่อคนพิการ 1 คน เศษของลูกจ้าง 50 คน ต้องรับคนพิการเพิ่มอีก 1 คน เช่น

  • สถานประกอบการมีลูกจ้าง 500 คน จะต้องจ้างคนพิการ 5 คน
  • สถานประกอบการมีลูกจ้าง 549 คน จะต้องจ้างคนพิการ 5 คน
  • สถานประกอบการมีลูกจ้าง 550 คน จะต้องจ้างคนพิการ 6 คน

การนับจำนวนลูกจ้างให้นับทุกวันที่ 1 ตุลาคมของแต่ละปี และกรณีสถานประกอบการมีหน่วยงานหรือสาขาในจังหวัดต่าง ๆ ให้นับรวมลูกจ้างที่มีความสัมพันธ์เป็นนายจ้างและลูกจ้างในองค์กรนั้นทุกสาขา และนำมาคำนวณตามอัตราส่วน 100:1

การติดต่อ: นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถแจ้งความต้องการหาลูกจ้างคนพิการที่สำนักงานจัดหางาน เพื่อให้สำนักงานจัดหางานอำนวยความสะดวกในการจับคู่คนพิการและตำแหน่งงานว่างได้

  • หน่วยงานหรือสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ 1-10
    รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานกทม/
  • หน่วยงานหรือสถานประกอบการในจังหวัดอื่นให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด
    รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานจังหวัด/

หมายเหตุ: คนพิการที่รับเข้าทำงานตามมาตรา 33 ต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ เนื่องจากต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการประกอบการรายงานผลการจ้างงานแก่กรมการจัดหางาน

สิทธิทางภาษีตามมาตรา 33

ตามมาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 499 พ.ศ. 2553 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเข้าทำงานสำหรับเงินได้ เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการดังกล่าว กล่าวคือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการ (เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส ค่ารักษาพยาบาล เงินประกันสังคม ฯลฯ) มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า เช่น

  • สถานประกอบการจ้างคนพิการ 1 คน เดือนละ 15,000 บาท
  • สถานประกอบมีรายจ่ายในการคนพิการ 15,000 x 12 = 180,000 บาทต่อปี
  • สามารถลงรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า เป็นเงิน 360,000 บาท
  • สถานประกอบการประหยัดภาษีเพิ่มขึ้น (360,000 – 180,000) x 20% = 36,000 บาท

 

มาตรา 34 การส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในกรณีไม่สามารถจ้างคนพิการได้ตามมาตรา 33

มาตรา 34 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ไม่ได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่กำหนดไว้ในมาตรา 33 หรือไม่ดำเนินการตามมาตรา 35 ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

การส่งเงินเข้าและขอรับเงินคืนจากกองทุนฯ: การส่งเงินเข้ากองทุนฯ คำนวณจาก อัตราต่ำสุดของค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้บังคับครั้งหลังสุดในปีก่อนปีที่มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนฯ คูณด้วย 365 (วัน) และคูณด้วยจำนวนคนพิการที่ไม่ได้รับเข้าทำงาน

ในกรณีที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 หรือดำเนินการตามมาตรา 35 แต่ไม่ครบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ให้ส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามจำนวนวันที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ครบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เว้นแต่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้น

การส่งเงินเข้ากองทุนฯ ให้ส่งเป็นเงินสด เช็คขีดคร่อมหรือธนาณัติสั่งจ่ายกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยส่งต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือส่งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกำหนด ภายในวันที่ 31 มีนาคมของแต่ละปี

หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ แต่ไม่ได้ส่ง ส่งเงินล่าช้า หรือส่งเงินไม่ครบถ้วน ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของจำนวนเงินที่ยังไม่ได้ส่งเข้ากองทุนฯ

ในกรณีที่นายจ้างหรือเจ้าของกิจการได้รับคนพิการเข้าทำงานตามอัตราส่วนที่กฎหมายกำหนดหรือดำเนินการตามมาตรา 35 ภายหลังจาก 31 มีนาคมของแต่ละปี ให้ยื่นคำขอต่อกองทุนฯ เพื่อขอรับเงินที่ได้ส่งเข้ากองทุนฯ ไปได้ตามจำนวนค่าจ้างที่ได้จ่ายไปจริง (แต่ไม่เกินจำนวนเงินเฉลี่ยที่เป็นรายวันที่ได้ส่งเข้ากองทุนฯ) คูณด้วยจำนวนวันที่ได้จ้างจริง และคูณด้วยจำนวนคนพิการที่ได้จ้างจริง

สิทธิทางภาษีตามมาตรา 34

นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำจำนวนเงินที่ส่งเข้ากองทุนฯ มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้เท่าที่จ่ายจริง เนื่องจากจำนวนเงินที่ส่งเข้ากองทุนฯ ถือเป็นรายจ่ายตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แต่ต้องมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยกองทุนฯ ประกอบด้วย

 

มาตรา 35 การให้สัมปทาน สถานที่จำหน่ายสินค้า จ้างเหมา ฝึกงาน หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถดำเนินการสนับสนุนการประกอบอาชีพของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการตามมาตรา 35 ได้โดยการให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานด้วยวิธีพิเศษ ฝึกงาน หรือให้การช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ

โดยให้แจ้งการให้สิทธิและดำเนินการให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการเข้ารับสิทธิภายในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยการแจ้งให้สิทธิตามข้างต้น ให้หน่วยงานของรัฐและสถานประกอบการแจ้ง ณ ท้องที่ที่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานหรือสถานประกอบการ ดังนี้

  • หน่วยงานหรือสถานประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ 1-10
    รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานกทม/
  • หน่วยงานหรือสถานประกอบการในจังหวัดอื่นให้แจ้ง ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด
    รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานจังหวัด/
  • แบบแจ้งขอใช้สิทธิตามมาตรา 35
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/8016eddba5dcce47467847d9b135917f.pdf

การดำเนินการตามมาตรา 35

  1. การให้สัมปทาน หมายถึง การให้สิทธิคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการใช้ประโยชน์จากอาคาร สถานที่ หรือทรัพย์สินในการประกอบอาชีพ เช่น ให้คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการใช้พื้นที่ในการทำเกษตรจำนวน 2 ไร่ เพื่อปลูกผัก และให้เป็นผู้หาประโยชน์จากการขายผักตลอดระยะเวลาการให้สัมปทาน เป็นต้น
    แบบคำขอการให้สัมปทาน
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/2e60285bb686faf62ad4791bfb0f14d4.pdf
  2. การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ หมายถึง การจัดสถานที่ทั้งภายในหรือภายนอกองค์กรเพื่อให้คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ เช่น ให้พื้นที่บริเวณโรงอาหารเพื่อให้คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการขายอาหารจำนวน 1 ร้าน และผลประโยชน์และเงินรายได้จากการขายอาหารให้ตกเป็นของคนพิการ เป็นต้น
    แบบคำขอการจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/f8cdc999f6d6e2db8ed3113e3e50e1a5.pdf
  3. การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ หมายถึง การจ้างเหมาช่วงงานหรือการจ้างเหมาบริการจากคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการโดยตรง เช่น หน่วยงานทำสัญญาจ้างเหมากับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการในการทำป้ายไวนิลจำนวน 100 แผ่น ในระยะเวลา 2 เดือน ในราคา 20,000 บาท เป็นต้น
    แบบคำขอการจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/afa9e423f82c597b646291713f5d201d.pdf
  4. การฝึกงาน หมายถึง การเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ หรือการถ่ายทอดวิทยาการหรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เช่น หน่วยงานฝึกงานหลักสูตรซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้แก่คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 30 คน โดยหน่วยงานเป็นผู้จัดหาที่พัก วัสดุ อุปกรณ์ วิทยากร เอกสาร ค่าพาหนะ และค่าเบี้ยเลี้ยง ตลอดการเข้าฝึกงานให้แก่คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ รวมระยะเวลาการฝึกงานทั้งสิ้น 6 เดือน โดยหลักสูตรต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น
    แนวปฏิบัติการพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรฝึกงานคนพิการตามมาตรา 35 โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
    http://www.dsd.go.th/wepdp/Region/Download_Doc/5838
    แบบคำขอความเห็นชอบหลักสูตรการฝึกงานให้แก่คนพิการตามมาตรา 35
    http://www.dsd.go.th/DSD/Doc/Download/4946
    แบบคำขอการฝึกงาน
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/BKK_th/df2702a7f8e267c73631d123e27172a8.pdf
  5. การจัดให้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก หมายถึง การจัดให้มีขึ้นใหม่หรือปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ โดยดำเนินการในสถานที่หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือสถานประกอบการซึ่งรับคนพิการเข้าทำงาน เช่น หน่วยงานจัดให้มีทางลาด ที่จอดรถ ลิฟท์เคาน์เตอร์สำหรับบริการคนพิการทางการเคลื่อนไหว เป็นต้น
    แบบคำขอการจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/c178b3980c2a877524ca6f3e703e8b01.pdf
  6. การจัดให้มีล่ามภาษามือ หมายถึง การจัดให้มีล่ามภาษามือในหน่วยงานที่มีคนพิการทางได้ยินปฏิบัติงานอยู่ เช่น หน่วยงานที่มีคนพิการทางการได้ยินได้จ้างบุคคลซึ่งจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือต่อกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสาร โดยหน่วยงานเป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนให้ล่ามภาษามือ เป็นต้น
    แบบคำขอการจัดให้มีบริการล่ามภาษามือ
    https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/bkk_th/4a9ca3cfebeaff6d882104cf28f3e61d.pdf
  7. การให้ความช่วยเหลืออื่นใด หมายถึง การให้การสนับสนุนด้านการเงิน วัสดุ อุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องมือ หรือทรัพย์สินอื่น รวมทั้งการซื้อสินค้าจากคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการโดยตรง เช่น หน่วยงานสนับสนุนจักรเย็บผ้าให้คนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ พร้อมอุปกรณ์ในการเย็บผ้า (ด้าย เข็ม ฯลฯ) เพื่อให้นำไปประกอบอาชีพเย็บผ้า เป็นต้น

 หมายเหตุ: คนพิการที่เข้าใช้สิทธิตามมาตรา 35 ต้องมีบัตรประจำตัวคน เนื่องจากต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการประกอบการรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 35 แก่กรมการจัดหางาน

สิทธิทางภาษีตามมาตรา 35

หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่ประสงค์จะจ้างงานคนพิการตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34 นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่ดำเนินการตามมาตรา 35 จะได้รับสิทธิทางภาษีดังนี้

  1. การให้สัมปทาน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินำมูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เนื่องจากไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใด ๆ
  2. การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินำมูลค่าการให้คนพิการได้ใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของตนมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ เนื่องจากไม่ใช่กรณีการจ่ายค่าใช้จ่ายใด ๆ
  3. การจัดจ้างเหมาช่วงหรือจ้างเหมาบริการด้วยวิธีพิเศษที่เป็นไปเพื่อกิจการของตน หรือเป็นไปเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ โดยเป็นการจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการไปยังสถานที่ดังต่อไปนี้ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่ได้จ่ายไปมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
    – ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
    – สภากาชาดไทย
    – วัดวาอาราม
    – สถานพยาบาลของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล
    – สถานศึกษาของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาล สถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันศึกษาเอกชน
    – องค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
  4. การฝึกงาน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่ได้จ่ายไปมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
  5. การจัดให้มีล่ามภาษามือ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่ได้จ่ายไปมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
  6. การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า
  7. การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ เช่น การซื้ออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพให้กับคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการมีสิทธินำค่าใช้จ่ายตามจำนวนที่ได้จ่ายไปมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ถ้านายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการให้เงินคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการโดยไม่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างงานให้กับคนพิการ กรณีนี้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่มีสิทธินำค่าใช้จ่ายมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

 

มาตรา 36 การอายัดทรัพย์สินของนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งไม่ส่งเงินที่จะต้องส่งตามมาตรา 34

ในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 กำหนดให้เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้อายัดทรัพย์สินของนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งไม่ส่งเงินที่จะต้องส่งตามมาตรา 34

 

มาตรา 37 การจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะบริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่นแก่คนพิการ

นายจ้างหรือสถานประกอบการซึ่งมีการดำเนินการตามมาตรา 37 คือการจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอํานวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะบริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่น ให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้  มีสิทธิได้รับการลดหย่อนภาษี หรือยกเว้นภาษีเป็นร้อยละของจำนวนเงินค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด

สิทธิทางภาษีตามมาตรา 37

นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอํานวยความสะดวก หรือบริการในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะบริการขนส่ง หรือบริการสาธารณะอื่น ให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้มีสิทธินำค่าใช้จ่ายมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 2 เท่า

 

มาตรา 38 การจ้างคนพิการเข้าทำงานมากกว่าร้อยละ 60 ของลูกจ้างในสถานประกอบการ

หากนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจ้างคนพิการเข้าทำงานมากกว่าร้อยละ 60 ในสถานประกอบการ โดยมีระยะเวลาการจ้างเกินกว่า 180 วันในปีภาษีใด นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ในปีภาษีนั้นตามที่กฎหมายกำหนด

หมายเหตุ: คนพิการที่รับเข้าทำงานตามมาตรา 38 ต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ เนื่องจากต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการประกอบการรายงานผลการจ้างงานแก่กรมการจัดหางาน

สิทธิทางภาษีตามมาตรา 38

นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการ (เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส ค่ารักษาพยาบาล เงินประกันสังคม ฯลฯ) มาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 3 เท่า เช่น ในปีภาษี (1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) สถานประกอบการมีลูกจ้างทั้งหมด 100 คน เป็นลูกจ้างคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการจำนวน 61 คน โดยลูกจ้างคนพิการมีระยะเวลาการจ้างงานเกิน 180 วันในปีนั้น สถานประกอบการจะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการมาลงเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ดังนี้

  • สถานประกอบการจ้างคนพิการ 1 คน เดือนละ 15,000 บาท
  • สถานประกอบมีรายจ่ายในการคนพิการ 15,000 x 12 = 180,000 บาทต่อปี
  • สามารถลงรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ 3 เท่า เป็นเงิน 540,000 บาท
  • สถานประกอบการประหยัดภาษีเพิ่มขึ้น (540,000 – 180,000) x 20% = 72,000 บาท

 

มาตรา 39 การประกาศโฆษณาข้อมูลการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 ต่อสาธารณะ

ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 มาตรา 39 ให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีอำนาจประกาศโฆษณาข้อมูลการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 35 ต่อสาธารณะได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนั้น ในกรณีที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐจะพิจารณาให้สัมปทาน การส่งเสริมการลงทุน การประกาศเกียรติคุณ สินเชื่อ รางวัล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใด แก่นายจ้างหรือสถานประกอบการใด ให้นําข้อมูลที่ได้ประกาศฯ มาประกอบการพิจารณาด้วย

ในปัจจุบัน สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (พก.) ได้มีการพิจารณารางวัล “องค์กรที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี” เพื่อส่งเสริมการจ้างงานคนพิการในภาครัฐและเอกชน สนับสนุนการมีงานทำของคนพิการ และเชิดชูเกียรติให้แก่หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมงานด้านคนพิการ โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. องค์กรที่ส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการตามมาตรา 33, 35
  2. องค์กรที่สนับสนุนคนพิการในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากการดำเนินการตามมาตรา 35
  3. องค์กรสื่อมวลชนที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ

 

ติดต่อสอบถามรายละเอียด

  • สำนักงานจัดหางาน
    • สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่ 1-10
      รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานกทม/
    • สำนักงานจัดหางานจังหวัด
      รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.mol.go.th/งานจังหวัด/
  • กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
      โทรศัพท์ 0 2245 1707-8, 0 2248 4782-7 โทรสาร 0 2248 3389
      สายด่วน 1506 กด 4
  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
    • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ถนนมิตรไมตรี แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
      สายด่วน 1506 กด 3
    • สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
      รายละเอียดสถานที่ตั้งและเบอร์ติดต่อ https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
  • กองทุนและส่งเสริมความเสมอภาคคนพิการ
    • ตึกนิวยอร์ก ชั้น 2 บริเวณสถานีรถไฟสามเสน แขวงสามเสนใน กรุงเทพมหานคร
      โทร. 02-106-9300, 02-106-9327-31 หรือศูนย์คุ้มครองสวัสดิภาพชุมชน เขต 1-50
    • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

“สิทธิประโยชน์ทางภาษี กรณีการจ้างงานคนพิการ”

http://www.rd.go.th/ratchaburi/fileadmin/templates/ratchaburi/tax_disability.pdf

“ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้สัมปทาน จัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์ หรือสิ่งอํานวยความสะดวก ล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ พ.ศ. 2558

https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/BKK_th/de08ea90398718af0469b351708dc5c3.pdf

“พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556”

http://dep.go.th/uploads/Docutents/33cb9847-0905-4854-842e-fec9922ff1e6พรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ%20พ.ศ.%202550%20(ปรับปรุงครั้งที่%206).pdf

“ถาม-ตอบการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ”

          https://ejob.dep.go.th/qa/

“กฎกระทรวง กำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554

          http://203.107.181.6/sites/default/files/files/law/167_1.pdf

“กฎกระทรวง กำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560

http://203.107.181.6/sites/default/files/files/law/กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการ%20ฉบับที่2%20พ.ศ.2560.PDF

“แนวปฏิบัติตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556”

          http://www.thaiarmywives.org/web/downloads/1.pdf

คู่มือการให้บริการตามมาตรา 33 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 (ฉบับสมบูรณ์)”

https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/ems_th/15599001b579efff7be56c25e712aa3f.pdf



[1] กฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนําส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554
[2] มาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 499 พ.ศ. 2553
[3] คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 156/2561 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายจ่ายจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.157/2561 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายจ่ายจากการดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
[4] มาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 499 พ.ศ. 2553
[5] มาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 499 พ.ศ. 2553
[6] มาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 499 พ.ศ. 2553 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 215) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างคนพิการเข้าทำงานเกินกว่าร้อยละหกสิบของลูกจ้างในสถานประกอบการ
Skip to content

php shell hacklink php shell seobizde.com hacklink karşıyaka escort sohbet okey oyna süperbahis izmit evden eve nakliyat beylikdüzü escort restbetgiris.co pancakeswap sniper bot instagram takipçi satın al cialis bodrum escort hotforex bedavabonuscum.com gabile instagram takipçi satın al