ผ้าบาติกตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ภูมิปัญญา “การทำผ้าบาติก”

นางวรรณา  พริกแดง

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนวังค้อบาติก หมู่ที่ 3 ตำบลควนทอง

อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

           

ประวัติส่วนตัว

             นางวรรณา พริกแดง (สกุลเดิม สนิทนวล) เกิดวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลข  ที่ ๒๐ ม.๓ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช การศึกษา ปวส.คหกรรมศาสตร์ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาวิทยาเขต เทคนิคภาคใต้  ประวัติการทำงาน เคยทำงานนิคมสร้างตนเองสุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

         ปัจจุบัน ประกอบอาชีพหลัก ทำการเกษตร อาชีพรอง ทำผ้าบาติกผ้ามัดย้อม ผ้าเพ้นท์ ฯลฯ  การท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ เป็นวิทยากรในโรงเรียนทั้งในและนอกระบบ วิทยาลัยต่างๆ รวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนและนอกชุมชนเพื่อสาธารณประโยชน์

             การทำผ้าบาติก เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง ที่มีประวัติมายาวนาน การทำผ้าบาติกในช่วงแรกๆ เป็นการทำบาติกที่มีลักษณะตามความต้องการด้านประโยชน์ใช้สอยมากกว่า เมื่อบาติกเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปตามส่วนต่างๆ ทั่วโลกแล้ว การพัฒนารูปแบบและเทคนิควิธีการของแต่ละแห่งก็พัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีรูปแบบที่สะท้อนและแสดงถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆบาติกนอกจากจะเน้นประโยชน์ใช้สอยแล้ว ปัจจุบันศิลปินชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ได้ทำผ้าบาติกในลักษณะของงานจิตรกรรมและยังได้แพร่หลายไปยังยุโรป สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมาผ้าบาติกก็เป็นเอกลักษณ์ของการแต่งกายของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นอินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไนรวมทั้งภาคใต้ของประเทศไทยงานบาติกได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคใต้ตอนล่างตามแนวชายแดนไทยมาเลเซียปัจจุบันได้แพร่หลายไปเกือบทั่วประเทศแล้ว เนื่องจากงานบาติกสามารถทำกับผ้าไหม ผ้าฝ้ายได้ด้วย งานบาติกในสมัยก่อนลายเส้นเกิดจากการแตกหักของเทียน ต่อมาได้พัฒนามาเป็นบาติกแบบระบาย ซึ่งเส้นลายเกิดจากการใช้เครื่องมือเขียนเส้นเทียนที่เรียกว่า ปากกาเขียนเทียน เขียนเส้นเทียนให้เป็นรูปร่างของภาพแล้วระบายสีลงในช่องว่างของภาพที่มีเส้นเทียนกั้นโดยรอบเพื่อไม่ให้สีที่ระบายไหลเข้าหากันเมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ จนได้ชิ้นงานบาติก ลายเส้นที่เกิดขึ้นมาจากที่เทียนปิดทับผ้าไว้ไม่ให้ติดผ้าซึ่งตรงข้ามกับบาติกแบบเก่า ที่ลายเส้นเกิดจากการแตกหักของเทียน แล้วสีซึมเข้าไปในเนื้อผ้าตามรอยแตกดังกล่าว

การสืบทอดภูมิปัญญาผ้าบาติก

                                  ได้มาจากการศึกษาและการฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง และจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการศึกษาดูงาน จากแหล่งเรียนรู้ แหล่งภูมิปัญญาต่าง ๆแล้วนำมาฝึกปฏิบัติการทำชิ้นงานและพัฒนารูปแบบ ลวดลายผ้าบาติกที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง รวมทั้งเข้ารับการอบรมการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อเป็นการส่งเสริมการจำหน่าย เป็นของฝาก  เป็นของขวัญในโอกาสต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักของบุคคล ทั่วไป นอกจากนี้นางวรรณา พริกแดง เป็นผู้ที่มีจิตอาสาในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เช่นไปออกบูธร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เปิดบ้านให้นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่บ้านด้วย ได้ดำเนินการการทำผ้าบาติกมาแล้ว 35 ปี

 

 วัสดุอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการทำผ้าบาติก

             ๑. ผ้า ผ้าที่ใช้ได้เหมาะสมและเป็นที่นิยมทั่วไป คือ ผ้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ได้แก่ ผ้าฝ้าย ฝ้าลินินฝ้าปอ และผ้าป่านมัสลิน ส่วนผ้าไหมของไทยก็สามารถทำบาติกได้แต่มีราคาสูงมาก การย้อมต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ ผ้าที่นำมาทำบาติกที่มีใยสังเคราะห์นั้นไม่เหมาะสม เพราะการย้อมสีจะไม่ติด ผ้าที่นำมาทำบาติกได้สวยงามนั้นจะต้องไม่หนาเกินไป เพราะน้ำเทียนที่เขียนจะไม่สามารถซึมผ่านได้ ทำให้ลายและการย้อมสีที่เกิดไม่ชัดเจน ลายไม่คมชัด ดูไม่สวยงาม

             การเตรียมผ้า ก่อนนำไปเขียนเทียนควรนำไปต้มด้วยน้ำโซดาอ่อน เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรก
ที่ติดอยู่บนผิวผ้าโดยใช้สารเคมีดังนี้ โซดาแอซ (ผงซักฟอก) ๑ กรัม/ลิตร โซดาไฟ ๑ กรัม/ลิตร สบู่เทียม (
Wetting agent) ๑ กรัม/ลิตรจากนั้นจึงนำผ้าที่ผ่านการต้มแล้วไปเขียนเทียน และลงสีต่อไป

             ๒. น้ำเทียน เป็นวัสดุเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งมีหน้าที่กั้นสีไม่ให้ซึมเข้าหากันการเตรียมเทียน หรือผสมเทียน เทียนที่ใช้ได้จากการผสมระหว่างขี้ผึ้ง (Wax) และ พาราฟิน (Paraffin)
ในอัตราส่วน๑:๑ หรือ ๑:๒ และไม่ควรเกิน ๑:๑๒ เพราะจะทำให้เทียนใสเกินไปไม่เกาะติดบนผ้า หรือบางครั้งอาจจะผสมยางสนหรือไขสัตว์ เพื่อช่วยให้เทียนแข็งและเปราะ

             ๓. การเขียนเทียน หรือพิมพ์ลาย เป็นการปิดส่วนที่ต้องการให้สีติด แล้วนำไปลงสีในส่วนที่ต้องการให้ติดสีซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำผ้าบาติก การเขียนเทียนด้วยจันติ้งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับงานบาติกลายเขียนจะได้เส้นเทียนที่มีขนาดเล็กและสามารถเขียนรายละเอียดต่างๆ ได้มาก ส่วนการพิมพ์ลายจะเป็นวิธีที่ทำลายเทียนด้วยแม่พิมพ์ ลายที่ได้ค่อนข้างเป็นลายซ้ำๆ และมีลวดลายไม่ซ้ำซ้อนมากนัก

             ๔. การแต้ม หรือระบายสี ใช้สีผงที่เป็นสีสำเร็จรูปสำหรับบาติกโดยเฉพาะ ๑๐ กรัม หรือ ๒ ๑/๒ ช้อนกาแฟเล็กกับน้ำต้มสุกประมาณ ๘ – ๑๐ ช้อนโต๊ะ ละลายให้เข้ากันนำไประบายได้ตามต้องการ

             ๕. การเคลือบน้ำยา (โซเดียมซิลิเกต) การเคลือบน้ำยาเพื่อเป็นการฟิกซ์ให้สีติดบนผืนผ้าอย่างถาวร โดยใช้พู่กันทาหรือระบายให้ทั่วทิ้งไว้ ๓ – ๖ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วนำผ้าไปล้างน้ำยาออก

             ๖. การลอกเทียนออกจากผ้า ต้มน้ำให้เดือดใส่ผงซักฟอก ประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ/น้ำ ๑ ลิตร นาน ๓๐ – ๔๐ นาทีจะได้ผ้าบาติกที่คุณภาพดีสีไม่ตก

             ๗. การตกแต่งผ้า เช่น แช่น้ำยากันสีตก ตกแต่งผิวผ้า การรีด การอัด ขั้นตอนในการตกแต่งครั้งนี้ ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมบาติก เพื่อเป็นการดึงดูดใจลูกค้า ถ้าเป็นการทำผ้าบาติกงานฝีมือ หรือในครัวเรือนใช้เพียงวิธีการรีดให้เรียบก็ได้ชิ้นงานที่สวยงาม

 

   ขั้นตอนการทำผ้าบาติก      

             ๑. การเตรียมผ้า เลือกผ้าฝ้าย ๑๐๐% ตามขนาดที่เหมาะสมกับชิ้นงานว่าจะทำอะไร เช่น ผ้าพันคอ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปลอกหมอน ภาพประดับผนัง

             ๒. การขึงผ้าบนกรอบไม้ การขึงผ้าขึงได้หลายวิธี เช่น ใช้หัวหมุดยึดให้ทั่ว ใช้น้ำเทียนเป็นตัวเชื่อมยึดผ้า ให้ติดกับเฟรม ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมมากกว่าเพราะเรียบเท่ากันทั้ง ๔ ด้าน วิธีแรกใช้หมุดยึดนั้นจะมีข้อเสียคือ ผ้าที่ขึงจะเป็นคลื่นไม่สะดวกในการเขียนเทียนและทำให้เส้นไม่เสมออีกด้วย

             ๓. การร่างภาพบนผ้า ถ้าไม่มั่นใจควรออกแบบบนกระดาษก่อน เมื่อจะลงสีเทียนก็ให้นำแบบที่ออกแบบ ลายไว้ไปสอดไว้ที่ใต้ผ้าที่ขึงจะมองเห็นเส้นดินสอรางๆ หรืออาจใช้วิธีลอกลายลงบนผ้าแต่ต้องใช้ดินสอไส้อ่อน เช่น HB หรือ 2B เมื่อนำไปซักเส้นดินสอจะหายไปเอง

             ๔. การเขียนเทียน การจะเขียนเทียนลงบนส่วนต่างๆ ของลายตามที่ออกแบบไว้หรือเดินเส้นตามรอยดินสอ ที่ร่าง ขณะเดินเส้นเทียนผู้เขียนจะต้องเดินให้เส้นเทียนแต่ละเส้นต่อกันให้สนิท ทั้งนี้เพราะน้ำเทียนเป็นตัวกั้นสีไม่ ให้สีซึมออกมาขณะระบายสี น้ำเทียนซึ่งผสมตามอัตราส่วนที่กล่าวไว้แล้ว ควรทดสอบน้ำเทียนโดยทดลอง เขียนบริเวณริมขอบผ้าดูก่อนว่าเส้นเดินต่อกันดีไม่ขาดตอน แล้วยังเป็นการทดลองตรวจดูความร้อนของเทียน ซึ่งปกติเทียนจะหลอมเหลวเข้ากันจนหมดที่อุณหภูมิประมาณ ๔๐ – ๕๐ องศา และไม่ควรให้น้ำเทียนร้อนไปกว่านี้ เพราะถ้าเทียนที่หลอมร้อนจัดเกินไป จะทำให้น้ำเทียนซึมกระจายกว้างไม่เป็นเส้น ทำให้การกั้นสีไม่สวยงามและ ไม่ควรให้น้ำเทียนเย็นเกินไปด้วย เพราะเทียนจะแข็งตัวทำให้ขณะเดินเส้นเทียนไม่ราบรื่น เทียนจะติดๆ ขาดๆ และจะไม่แทรกซึมทะลุผ้า ทำให้กั้นสีไม่เป็นผล

             ๕. การย้อม-ระบายสีบาติก ควรเตรียมสีใส่ภาชนะปากกว้าง เช่น ขวด หรือแก้วใส่น้ำ พร้อมฝาปิดเตรียม ไว้หลายๆ ใบตามจำนวนสีที่ต้องการระบาย การผสมสีให้ผสมกับน้ำอุ่นๆ ก่อน สีจะสดใสกว่าผสมกับน้ำเย็นๆ ทั้งนี้เพราะน้ำอุ่นถึงร้อนนี้จะสามารถไปละลายสารเคมีในสีให้ออกมาเข้มข้นสดใสมากกว่า น้ำสีที่ละลายไว้ในขวด แก้วมาระบายลงบนผืนผ้าที่ออกแบบไว้ โดยการใช้พู่กันจุ่มระบาย (Painting) ตามลวดลายที่ได้เดินน้ำเทียนกั้น ไว้ในบริเวณที่ต้องการให้ติดสีเข้มหนักเบาตามแบบ การระบายสีบนผ้าเปียกจะได้สีที่เข้มกว่าบนผ้าแห้ง ทิ้งผ้าระบายสีเสร็จแล้วให้แห้งก่อนระบายเก็บลายละเอียดซ้ำๆ ได้มากกว่าบาติกแบบย้อมทั้งผืน

             ๖. การเคลือบผ้าด้วยน้ำยากันสีตก น้ำยานี้คือ โซเดียมซิลิเกต การเคลือบมี ๒ วิธี คือ

                   ๖.๑.การระบายหรือทาโซเดียมซิลิเกตด้วยแปรงให้ทั่วผืนผ้า ทิ้งไว้ประมาณ ๘ – ๑๒ ชั่วโมงจึงนำไปซักล้าง

                      ๖.๒ การแช่หรือการจุ่มผ้าลงในถังน้ำยาโซเดียมซิลิเกต โดยให้น้ำยาเปียกทั่วทั้งผืน แล้วยกผ้าขึ้นผึ่งทิ้งไว้ประมาณ ๘ – ๑๒ ชั่วโมง สังเกตดูว่าถ้าผ้าส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ถูกโซเดียมซิลิเกตเคลือบ สีจะหลุดออกดูจางและจะดูเป็นสีด่างเป็นจุดได้

             ๗. การซักล้างน้ำยาเคลือบ ให้นำผ้าที่เคลือบโซเดียมซิลิเกตที่ครบเวลากำหนดใช้ได้แล้วไปซักออกด้วยน้ำสะอาด ๓ – ๔ ครั้ง เพื่อให้สีส่วนเกินและโซเดียมซิลิเกตหลุดออกไปจากผืนผ้า โปรดสังเกตดูว่าในขณะซักล้างน้ำยาเคลือบ ถ้าผ้ายังลื่นมือแสดงว่าโซเดียมซิลิเกตยังออกไม่หมดจากผ้า ควรแช่ผ้าในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ๑๕ – ๓๐ นาทีก่อน จึงนำไปซักอีกครั้ง

             ๘. การขจัดเทียนออกจากผ้า เมื่อแช่ผ้าในน้ำสะอาดได้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว ให้นำผ้าไปต้มในน้ำเดือดจัดๆ โดยการต้มให้นำผงซักฟอกใส่ไปในน้ำประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๒๐ ลิตร รอจนเดือดจัดจึงใส่ผ้าลงไปต้มให้จมอยู่ในน้ำทั้งผืน จึงค่อยๆ ยกขึ้นมาสังเกตดูว่าเส้นเทียนหลุดออกหมดหรือยัง ห้ามต้นทิ้งไว้นาน จะทำให้ผ้าเสียหายได้ เมื่อเทียนหลุดออกจากผ้าจนหมดแล้วนำไปซักด้วยน้ำสะอาดอีก ๒ – ๓ ครั้ง จึงนำผ้าไปผึ่งในที่ร่มหรือนำไปรีดในขณะที่ผ้ายังเปียกอยู่ก็ได้

             ๙. การตกแต่งชิ้นงาน นำผ้าบาติกไปรีดให้เรียบ โดยใช้น้ำยาฉีดผ้าเรียบให้ทั่วผ้าทั้งผืน ใช้เตารีดความร้อนปานกลางรีดไปมาให้ทั่วทั้งผืนผ้า ผ้าจะเรียบเป็นเงางาม แล้วนำมาเย็บริมหรือสอยด้วยมือ จะทำให้ผลงานดูมีคุณค่าเรียบร้อยและดูสวยงามยิ่งขึ้น            

 หน่วยงานต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุน          

             ๑. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอขนอม

             ๒. สำนักงานเกษตรอำเภอขนอม

             ๓. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอขนอม

             ๔. สำนักงานประมงอำเภอขนอม

             ๕. มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ขนอม

             ๖. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

             ๗. ทีวีช่อง ๙ ช่อง ๓SD  รายการดาราวานสำราญใจ รายการนครศรี ดีดี ฯลฯ

 

   รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ           

             ๑. โล่ประกาศเกียรติคุณตามรอยพระราชปณิธานสร้างสรรค์งานเพื่อแผ่นดิิน

               ๒. โล่ประกาศเกียรติคุณร่วมใจภักดิ์รักวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๕๕

               ๓. แม่บ้านเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดปี พ.ศ.๒๕๕๙

การสืบทอดภูมิปัญญาผ้าบาติก

             ได้มาจากการศึกษาและการฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง และจากหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการศึกษาดูงาน จากแหล่งเรียนรู้ แหล่งภูมิปัญญาต่าง ๆแล้วนำมาฝึกปฏิบัติการทำชิ้นงานและพัฒนารูปแบบ ลวดลายผ้าบาติกที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง  รวมทั้งเข้ารับการอบรมการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อเป็นการส่งเสริมการจำหน่าย เป็นของฝาก  เป็นของขวัญในโอกาสต่าง ๆ จนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จักของบุคคล ทั่วไป นอกจากนี้นางวรรณา พริกแดง เป็นผู้ที่มีจิตอาสาในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ เช่นไปออกบูธร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เปิดบ้านให้นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปเข้ามาศึกษาเรียนรู้ที่บ้านด้วย ได้ดำเนินการการทำผ้าบาติกมาแล้ว 35 ปี

วัสดุอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการทำผ้าบาติก

              ๑. ผ้า ผ้าที่ใช้ได้เหมาะสมและเป็นที่นิยมทั่วไป คือ ผ้าที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ ได้แก่ ผ้าฝ้าย ฝ้าลินินฝ้าปอ และผ้าป่านมัสลิน ส่วนผ้าไหมของไทยก็สามารถทำบาติกได้แต่มีราคาสูงมาก การย้อมต้องพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ ผ้าที่นำมาทำบาติกที่มีใยสังเคราะห์นั้นไม่เหมาะสม เพราะการย้อมสีจะไม่ติด ผ้าที่นำมาทำบาติกได้สวยงามนั้นจะต้องไม่หนาเกินไป เพราะน้ำเทียนที่เขียนจะไม่สามารถซึมผ่านได้ ทำให้ลายและการย้อมสีที่เกิดไม่ชัดเจน ลายไม่คมชัด ดูไม่สวยงาม

              การเตรียมผ้า ก่อนนำไปเขียนเทียนควรนำไปต้มด้วยน้ำโซดาอ่อน เพื่อช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ติด
อยู่บนผิวผ้าโดยใช้สารเคมีดังนี้ โซดาแอซ (ผงซักฟอก) ๑ กรัม/ลิตร โซดาไฟ ๑ กรัม/ลิตร สบู่เทียม (
Wetting agent) ๑ กรัม/ลิตรจากนั้นจึงนำผ้าที่ผ่านการต้มแล้วไปเขียนเทียน และลงสีต่อไป

              ๒. น้ำเทียน เป็นวัสดุเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งมีหน้าที่กั้นสีไม่ให้ซึมเข้าหากัน

การเตรียมเทียน หรือผสมเทียน เทียนที่ใช้ได้จากการผสมระหว่างขี้ผึ้ง (Wax) และ พาราฟิน (Paraffin) ในอัตราส่วน๑:๑ หรือ ๑:๒ และไม่ควรเกิน ๑:๑๒ เพราะจะทำให้เทียนใสเกินไปไม่เกาะติดบนผ้า หรือบางครั้งอาจจะผสมยางสนหรือไขสัตว์ เพื่อช่วยให้เทียนแข็งและเปราะ

              ๓. การเขียนเทียน หรือพิมพ์ลาย เป็นการปิดส่วนที่ต้องการให้สีติด แล้วนำไปลงสีในส่วนที่ต้องการให้ติดสีซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำผ้าบาติก การเขียนเทียนด้วยจันติ้งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับงานบาติกลายเขียนจะได้เส้นเทียนที่มีขนาดเล็กและสามารถเขียนรายละเอียดต่างๆ ได้มาก ส่วนการพิมพ์ลายจะเป็นวิธีที่ทำลายเทียนด้วยแม่พิมพ์ ลายที่ได้ค่อนข้างเป็นลายซ้ำๆ และมีลวดลายไม่ซ้ำซ้อนมากนัก

              ๔. การแต้ม หรือระบายสี ใช้สีผงที่เป็นสีสำเร็จรูปสำหรับบาติกโดยเฉพาะ ๑๐ กรัม หรือ ๒ ๑/๒ ช้อนกาแฟเล็กกับน้ำต้มสุกประมาณ ๘ – ๑๐ ช้อนโต๊ะ ละลายให้เข้ากันนำไประบายได้ตามต้องการ

          ๕. การเคลือบน้ำยา (โซเดียมซิลิเกต) การเคลือบน้ำยาเพื่อเป็นการฟิกซ์ให้สีติดบนผืนผ้าอย่างถาวร โดยใช้พู่กันทาหรือระบายให้ทั่วทิ้งไว้ ๓ – ๖ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แล้วนำผ้าไปล้างน้ำยาออก

          ๖. การลอกเทียนออกจากผ้า ต้มน้ำให้เดือดใส่ผงซักฟอก ประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ/น้ำ ๑ ลิตร นาน ๓๐ – ๔๐ นาทีจะได้ผ้าบาติก         ที่คุณภาพดีสีไม่ตก

        ๗. การตกแต่งผ้า เช่น แช่น้ำยากันสีตก ตกแต่งผิวผ้า การรีด การอัด ขั้นตอนในการตกแต่งครั้งนี้ ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมบาติก เพื่อเป็นการดึงดูดใจลูกค้า ถ้าเป็นการทำผ้าบาติกงานฝีมือ หรือในครัวเรือนใช้เพียงวิธีการรีดให้เรียบก็ได้ชิ้นงานที่สวยงาม 

                 

               ๑. การเตรียมผ้า เลือกผ้าฝ้าย ๑๐๐% ตามขนาดที่เหมาะสมกับชิ้นงานว่าจะทำอะไร เช่น ผ้าพันคอ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปลอกหมอน ภาพประดับผนัง

              ๒. การขึงผ้าบนกรอบไม้ การขึงผ้าขึงได้หลายวิธี เช่น ใช้หัวหมุดยึดให้ทั่ว ใช้น้ำเทียนเป็นตัวเชื่อมยึดผ้า ให้ติดกับเฟรม ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมมากกว่าเพราะเรียบเท่ากันทั้ง ๔ ด้าน วิธีแรกใช้หมุดยึดนั้นจะมีข้อเสียคือ ผ้าที่ขึงจะเป็นคลื่นไม่สะดวกในการเขียนเทียนและทำให้เส้นไม่เสมออีกด้วย

              ๓. การร่างภาพบนผ้า ถ้าไม่มั่นใจควรออกแบบบนกระดาษก่อน เมื่อจะลงสีเทียนก็ให้นำแบบที่ออกแบบ ลายไว้ไปสอดไว้ที่ใต้ผ้าที่ขึงจะมองเห็นเส้นดินสอรางๆ หรืออาจใช้วิธีลอกลายลงบนผ้าแต่ต้องใช้ดินสอไส้อ่อน เช่น HB หรือ 2B เมื่อนำไปซักเส้นดินสอจะหายไปเอง

              ๔. การเขียนเทียน การจะเขียนเทียนลงบนส่วนต่างๆ ของลายตามที่ออกแบบไว้หรือเดินเส้นตามรอยดินสอ ที่ร่าง ขณะเดินเส้นเทียนผู้เขียนจะต้องเดินให้เส้นเทียนแต่ละเส้นต่อกันให้สนิท ทั้งนี้เพราะน้ำเทียนเป็นตัวกั้นสีไม่ ให้สีซึมออกมาขณะระบายสี น้ำเทียนซึ่งผสมตามอัตราส่วนที่กล่าวไว้แล้ว ควรทดสอบน้ำเทียนโดยทดลอง เขียนบริเวณริมขอบผ้าดูก่อนว่าเส้นเดินต่อกันดีไม่ขาดตอน แล้วยังเป็นการทดลองตรวจดูความร้อนของเทียน ซึ่งปกติเทียนจะหลอมเหลวเข้ากันจนหมดที่อุณหภูมิประมาณ ๔๐ – ๕๐ องศา และไม่ควรให้น้ำเทียนร้อนไปกว่านี้ เพราะถ้าเทียนที่หลอมร้อนจัดเกินไป จะทำให้น้ำเทียนซึมกระจายกว้างไม่เป็นเส้น ทำให้การกั้นสีไม่สวยงามและ ไม่ควรให้น้ำเทียนเย็นเกินไปด้วย เพราะเทียนจะแข็งตัวทำให้ขณะเดินเส้นเทียนไม่ราบรื่น เทียนจะติดๆ ขาดๆ และจะไม่แทรกซึมทะลุผ้า ทำให้กั้นสีไม่เป็นผล

              ๕. การย้อม-ระบายสีบาติก ควรเตรียมสีใส่ภาชนะปากกว้าง เช่น ขวด หรือแก้วใส่น้ำ พร้อมฝาปิดเตรียม ไว้หลายๆ ใบตามจำนวนสีที่ต้องการระบาย การผสมสีให้ผสมกับน้ำอุ่นๆ ก่อน สีจะสดใสกว่าผสมกับน้ำเย็นๆ ทั้งนี้เพราะน้ำอุ่นถึงร้อนนี้จะสามารถไปละลายสารเคมีในสีให้ออกมาเข้มข้นสดใสมากกว่า น้ำสีที่ละลายไว้ในขวด แก้วมาระบายลงบนผืนผ้าที่ออกแบบไว้ โดยการใช้พู่กันจุ่มระบาย (Painting) ตามลวดลายที่ได้เดินน้ำเทียนกั้น ไว้ในบริเวณที่ต้องการให้ติดสีเข้มหนักเบาตามแบบ การระบายสีบนผ้าเปียกจะได้สีที่เข้มกว่าบนผ้าแห้ง ทิ้งผ้าระบายสีเสร็จแล้วให้แห้งก่อนระบายเก็บลายละเอียดซ้ำๆ ได้มากกว่าบาติกแบบย้อมทั้งผืน

              ๖. การเคลือบผ้าด้วยน้ำยากันสีตก น้ำยานี้คือ โซเดียมซิลิเกต การเคลือบมี ๒ วิธี คือ

                    6.๑.การระบายหรือทาโซเดียมซิลิเกตด้วยแปรงให้ทั่วผืนผ้า ทิ้งไว้ประมาณ ๘ – ๑๒ ชั่วโมงจึงนำไปซักล้าง

                    6.๒ การแช่หรือการจุ่มผ้าลงในถังน้ำยาโซเดียมซิลิเกต โดยให้น้ำยาเปียกทั่วทั้งผืน แล้วยกผ้าขึ้นผึ่งทิ้งไว้ประมาณ ๘ – ๑๒ ชั่วโมง สังเกตดูว่าถ้าผ้าส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ถูกโซเดียมซิลิเกตเคลือบ สีจะหลุดออกดูจางและจะดูเป็นสีด่างเป็นจุดได้

              ๗. การซักล้างน้ำยาเคลือบ ให้นำผ้าที่เคลือบโซเดียมซิลิเกตที่ครบเวลากำหนดใช้ได้แล้วไปซักออกด้วยน้ำสะอาด ๓ – ๔ ครั้ง เพื่อให้สีส่วนเกินและโซเดียมซิลิเกตหลุดออกไปจากผืนผ้า โปรดสังเกตดูว่าในขณะซักล้างน้ำยาเคลือบ ถ้าผ้ายังลื่นมือแสดงว่าโซเดียมซิลิเกตยังออกไม่หมดจากผ้า ควรแช่ผ้าในน้ำสะอาดทิ้งไว้ประมาณ๑๕ – ๓๐ นาทีก่อน จึงนำไปซักอีกครั้ง

              ๘. การขจัดเทียนออกจากผ้า เมื่อแช่ผ้าในน้ำสะอาดได้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว ให้นำผ้าไปต้มในน้ำเดือดจัดๆ โดยการต้มให้นำผงซักฟอกใส่ไปในน้ำประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะต่อน้ำ ๒๐ ลิตร รอจนเดือดจัดจึงใส่ผ้าลงไปต้มให้จมอยู่ในน้ำทั้งผืน จึงค่อยๆ ยกขึ้นมาสังเกตดูว่าเส้นเทียนหลุดออกหมดหรือยัง ห้ามต้นทิ้งไว้นาน จะทำให้ผ้าเสียหายได้ เมื่อเทียนหลุดออกจากผ้าจนหมดแล้วนำไปซักด้วยน้ำสะอาดอีก ๒ – ๓ ครั้ง จึงนำผ้าไปผึ่งในที่ร่มหรือนำไปรีดในขณะที่ผ้ายังเปียกอยู่ก็ได้

 

          ๙. การตกแต่งชิ้นงาน นำผ้าบาติกไปรีดให้เรียบ โดยใช้น้ำยาฉีดผ้าเรียบให้ทั่วผ้าทั้งผืน ใช้เตารีดความร้อนปานกลางรีดไปมาให้ทั่วทั้งผืนผ้า ผ้าจะเรียบเป็นเงางาม แล้วนำมาเย็บริมหรือสอยด้วยมือ จะทำให้ผลงานดูมีคุณค่าเรียบร้อยและดูสวยงามยิ่งขึ้น

   

 

 หน่วยงานต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุน

              ๑. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอขนอม

              ๒. สำนักงานเกษตรอำเภอขนอม

              ๓. สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอขนอม

              ๔. สำนักงานประมงอำเภอขนอม

              ๕. มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย ขนอม

              ๖. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

              ๗. ทีวีช่อง ๙ ช่อง ๓SD  รายการดาราวานสำราญใจ รายการนครศรี ดีดี ฯลฯ

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

              ๑. โล่ประกาศเกียรติคุณตามรอยพระราชปณิธานสร้างสรรค์งานเพื่อแผ่นดิิน

              ๒. โล่ประกาศเกียรติคุณร่วมใจภักดิ์รักวัฒนธรรม พ.ศ.๒๕๕๕

              ๓. แม่บ้านเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัดปี พ.ศ.๒๕๕๙

ข้อมูลภูมิปัญญา

 นางวรรณา พริกแดง (สกุลเดิม สนิทนวล)

 อยู่บ้านเลข  ที่ ๒๐ ม.๓ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช

โทร 086-2721573

 

Skip to content

php shell hacklink php shell seo instagram takipçi satın al php shell hacklink jigolo arayan bayanlar jigolo basvuru jigolo sirketleri jigolo ajansi jigolo ajanslari jigolo ariyorum karşıyaka escort sohbet okey oyna izmir escort bayan süperbahis bodrum escort izmit evden eve nakliyat antalya escort