สวนเกษตรผสมผสานอินทรีย์ชีวภาพ

        ระบบเกษตรผสมผสาน  เป็นระบบการเกษตรแบบยั่งยืน ที่มุ่งเน้นเรื่องการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลต่อกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม 

        พ่อเลื่อน พรมวี คือเกษตรกรที่เคยใช้สารเคมีในการทำสวนทุเรียนตามคำแนะนำของผู้อื่น จนทำให้ดินมีสภาพแข็งเป็นกรด และต้นทุเรียนในสวนก็ทยอยตายไปหมดภายใน 7 ปี นอกจากนี้สุขภาพของคนในครอบครัวก็เริ่มไม่ค่อยดี เนื่องจากสูดสารเคมีเข้าไปทุกวัน ต่อมาในปี 2554 พ่อเลื่อนได้มีโอกาสชมรายการสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของบุคคลต่าง ๆ ที่เดินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จึงเกิดแรงบันดาลใจในการทำสวนเกษตรผสมผสานอินทรีย์ชีวภาพ ต่อมาพ่อเลื่อนจึงได้ศึกษาหาความรู้อย่างจริงจังกับนักวิชาการผู้มีประสบการณ์ และได้นำความรู้เหล่านั้นมาทดลองปฏิบัติที่สวน 15 ไร่ของตัวเอง

 

“ผมมีแนวความคิดว่า ถ้าเราใช้สารเคมีจะทำให้สุขภาพเราไม่ค่อยดี และถ้าเราใช้สารเคมีไปปราบแมลงที่เป็นศัตรูกับพืช พวกแมลงที่เป็นประโยชน์กับพืชก็จะตายด้วย แต่ถ้าเราปรับระบบนิเวศน์ไปเป็นแบบเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้เกิดการปรับสมดุลของทางธรรมชาติ เราอยากทำให้ไปถึงจุดนั้น จึงนำไปสู่การทำสวนเกษตรผสมผสานในเวลาต่อมา”
พ่อเลื่อน กล่าว

 พ่อเลื่อนได้หันมาทำสวนเกษตรผสมผสานอย่างจริงจังในปี 2556 โดยได้เปิดเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน” หรือ “สวนเกษตรผสมผสานอินทรีย์ชีวภาพ” ซึ่งมีกิจกรรมหลักที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น การเลี้ยงหมูคอนโด การทำน้ำหมักชีวมวล / น้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งการผลิตมังคุดทั้งในและนอกฤดูกาล เป็นต้น

        ในส่วนของการเลี้ยงหมูคอนโด พ่อเลื่อนได้ออกแบบคอกหมูให้มีพื้นเป็นร่อง เพื่อให้มูลหมูและน้ำที่ล้างคอกหมูตกลงไปตามร่องพื้นสู่บ่อหมักน้ำชีวมวลด้านล่าง ก่อนที่จะมีการนำเชื้อราไตรโคเดอร์มาผสมลงไปในน้ำหมักสำหรับฆ่าเชื้อราที่อยู่ในมูลของหมูที่อาจก่อให้เกิดโรคกับพืช ก่อนที่จะนำน้ำหมักชีวมวลไปผ่านระบบการกรองและสูบเข้าสู่ระบบสปริงเกอร์เพื่อให้สารอาหารแก่ต้นไม้และพืชผักในสวน โดยวัตกรรมนี้ถือว่าเป็นการนำองค์ความรู้วิชาการทางการเกษตรมาผนวกกับองค์ความรู้ภูมิปัญญา เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยพ่อเลื่อนได้นำนวัตกรรมนี้มาใช้เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ทำให้สวนเกษตรผสมผสานของพ่อเลื่อนเป็นสวนที่ปลอดสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องสุขภาพแล้ว ยังช่วยเรื่องลดต้นทุนการผลิตลงไปด้วย

“เมื่อก่อนตอนที่ผมยังไม่เลี้ยงหมูคอนโด ผมมีค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีอย่างน้อยปีละ 1 – 2 แสนบาท แต่พอเราใช้ระบบนี้ต้นทุนต่อปีเราลดลงเหลือ1 – 2 หมื่นบาทเท่านั้น”
พ่อเลื่อน กล่าว

ส่วนเรื่องน้ำหมักชีวภาพ พ่อเลื่อนได้ใช้ผลผลิตในสวนของตนเองมาป็นวัตถุดิบในการทำน้ำหมักชีวภาพ โดยได้มีการศึกษาหาความรู้ก่อน จากนั้นจึงนำความรู้มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การนำหน่อกล้วยที่ไม่ได้นำไปขยายพันธ์ต่อมาทำน้ำหมักชีวภาพ เนื่องจากหน่อกล้วยจะมีธาตุอาหารไนโตรเจนที่พืชต้องการ แต่ประเด็นสำคัญคือจะต้องรู้ว่าอัตราส่วนหน่อกล้วยหนึ่งกิโลกรัมจะให้ธาตุอาหารไนโตรเจนเท่าไหร่ เพื่อให้สามารถคำนวนปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสมต่อการให้ธาตุอาหารกับพืชที่เราปลูกได้ นอกจากนี้ในสวนเกษตรผสมผสาน 15 ไร่ของพ่อเลื่อนยังมีการปลูกต้นมังคุด ทุเรียน หมาก สะตอ ปาล์ม และผักสวนครัว ซึ่งพ่อเลื่อนได้เล่าว่า สวนแห่งนี้ได้สร้างรายได้ประจำให้กับครอบครัวทั้งรายได้ประจำวัน รายได้ประจำสัปดาห์ รายได้ประจำเดือน และ รายได้ประจำปี 

“ยกตัวอย่างเรื่องรายได้ เช่น การปลูกผักจะทำให้เรามีรายได้จากการขายผักทุกวัน และการเลี้ยงเป็ด ไก่ ก็ช่วยให้เรามีรายได้จากการขายไข่ ส่วน ไข่ที่เหลือจากการขายก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นไข่เค็มหรือขนมหวานได้ เรียกได้ว่าวัตถุดิบทุกอย่างในสวนของเราสามารถนำมาทำประโยชน์และสร้างรายได้ได้ทั้งหมด” 

การทำสวนเกษตรผสมผสานได้สร้างรายได้ในการเลี้ยงครอบครัว และส่งเสียลูกทั้ง 3 คนจนเรียนจบมีงานทำ นอกจากนี้พ่อเลื่อนยังได้มีโอกาสเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กศน. รวมทั้งอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยในแต่ละปีจะมีผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ดูงานที่สวนเกษตรผสมผสานอินทรีย์ชีวภาพของพ่อเลื่อนมากกว่า 1 หมื่นคน ทำให้พ่อเลื่อนเกิดความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก 

 

ที่มาข้อมูล : ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

ขอขอบคุณ :

      

ข้อมูลเพิ่มเติมครูภูมิปัญญา “สวนเกษตรผสมผสานอินทรีย์ชีวภาพ”

คุณพ่อเลื่อน พรมวี

เกิดวันที่ 28 ธันวาคม 2499 อายุ 63 ปี

เบอร์โทรติดต่อ 084-440-9003

Skip to content