น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

        ชื่อเล่น กะเมาะ เกิด 28 มกราคม 2505 ปัจจุบัน มีอายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ที่ 11 ตำบลกลาย จังหวัดนครศรีธรรมราช เรียนรู้วิธีกี่ทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น จากคุณครูปรารม มุสิก อดีตครูโรงเรียนบ้านพังปริง กะเมาะได้ไปช่วยคุณครูทำ ตั้งแต่คั้นมะพร้าว และช่วยตักน้ำมันเมื่อน้ำมันไช้ได้ เป็นวิชาความรู้ติดตัวมาตั้งอายุของกะเมาะ  40  ปี  และมาเริ่มทำจริงจังเป็นอาชีพ  เมื่ออายุ 53  ปี โดยมีคณะอาจารย์จาก  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มาให้ความรู้และเทคนิคการทำมะพร้าว เพราะรู้ว่าในชุมชนมีมะพร้าวเยอะ  โดยมาสอนและนำเครื่องมือปั้นที่เป็นข้อเหวี่ยงให้น้ำกะทิแตกตัวโดยแยกน้ำกับน้ำมันออกมา แต่ต้องใช้เวลาในการนั่งเฝ้ามะพร้าว ใช้กระแสไฟฟ้า  และเสียเวลามาก ๆ  กว่าที่เคยทำ เลยตัดสินใจไม่ใช้อุปกรณ์ชนิดดังกล่าวที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้มา แต่กลับมาทำโดยรูปแบบเดิมกล่าว โดยมีบริษัท เชพรอน สนับสนุนส่งเสริมโดยสนับสนุนให้การอบรม โดยนำอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มาช่วยสอนและเพิ่มเติมให้ความรู้ และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน กศน. สนับสนุนส่งเสริมให้ถ่ายทอดความรู้กับเพื่อนบ้าน  โดยนำมาเป็นภูมิปัญญา และสนับสนุนในการพาไปดูงานให้เกิดการเรียน สนับสนุนงบสถานที่ทำการกลุ่มเป็นที่ฝึกประสบการณ์ช่างไฟฟ้าภายในบ้าน และช่างทาสี โดยใช้ที่ทำการกลุ่มเป็นที่ฝึกประสบการณ์ให้กับผู้เรียน กลุ่มได้พัฒนาที่ทำการกลุ่ม และวิทยาลัยเทคนิคสิชล สนับสนุนครุภัณฑ์ เช่น โต๊ะ ชั้นวางภาชนะและอุปกรณ์  ทำให้กลุ่มได้มีการดำเนินงานที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น กระบวนการทำดังนี้ 

การทำน้ำมันสกัดเย็น(น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์)อุปกรณ์และวัตถุดิบ ประกอบด้วย

  1. ขวดโหลแก้วหรือภาชนะอื่น ๆ ใช้ในการหมัก
  2. ผ้าขาวบางตาถี่
  3. ผ้าพลาสติก
  4. กะละมัง
  5. เนื้อมะพร้าวสดขูด 1 กิโลกรัม
  6. น้ำอุ่น 50 องศาเซลเซียส 1 ลิตร
  7. ยางรัดหรือเชือก

วิธีทำ

  1. นำเนื้อมะพร้าวขูดใส่กะละมัง เติมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส  ในอัตราส่วนเนื้อมะพร้าวขูด 1 ส่วนต่อน้ำอุ่น 1 ส่วน
  2. คั้นน้ำกะทิในกะละมัง แล้วใช้ผ้าขาวบางกรองเอากากมะพร้าวทิ้งไป
  3. นำน้ำกะทิที่คั้นได้ ใส่ในขวดโหลหรือภาชนะอื่น ๆ ที่มีทรงสูง ให้น้ำกะทิอยู่ห่างจากปากขวดโหลอย่างน้อย 2 นิ้ว ปิดปากขวดโหลด้วยผ้าพลาสติก ใช้หนังยางหรือเชือกรัดให้แน่น ตั้งทิ้งไว้ 36-48 ชั่วโมง
  4. จากนั้นน้ำมันมะพร้าวจะแยกตัวออกจากน้ำ ลอยอยู่ด้านบนของภาชนะ ใช้กระบวยตักน้ำมันออกมาใส่ขวดโหลอีกใบ  ตั้งทิ้งไว้ 2-3 วัน ให้ตกตะกอน กรองด้วยผ้าขาวบางตาถี่ เอาแต่น้ำมันใส ๆ มาบรรจุขวดสีชา หรือสีเขียว สีน้ำเงิน ที่มีฝาปิดสนิท

ข้อจำกัด

  1. คุณภาพของมะพร้าวที่ใช้ในการทำต้องใช้มะพร้าวแก่จัดคาต้นหรือเมื่อไปซื้อมะพร้าวขูดควรเลือกมะพร้าวให้แม่ค้าขูด  ไม่ซื้อชนิดที่ขูดไว้แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าได้มะพร้าวขูดที่ใหม่จริง ๆ
  2. น้ำที่ใช้คั้นกะทิไม่ควรร้อนเกินกว่า 50 องศาเซลเซียส เพราะความร้อนจะเปลี่ยนโครงสร้างและคุณสมบัติของน้ำมันให้เปลี่ยนแปลงไป
  3. ในการหมักควรจะหาปิดฝาให้แน่นหนา หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดแดดและไม่ควรหมักเกิน 2 วัน เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน
  4. มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม ให้น้ำมันได้ 150 กรัม หากต้องการมากกว่านั้นสามารถเพิ่มปริมาณมะพร้าวได้ตามความต้องการ
  5. ควรนำบรรจุใส่ขวดสีชา หลีกเลี่ยงแสงแดดและน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี       
  6. ไม่ควรตั้งน้ำมันไว้ในห้องครัวหรือที่อับชื้นเพราะเชื้อแบคทีเรียทำให้น้ำมันมีกลิ่นหืนได้
  7. การดำเนินการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ไม่ควรดำเนินลงมือทำในช่วงฤดูฝน เพราะสภาพอากาศชื้น  การแยกตัวของชั้นน้ำมันกับน้ำจะไม่ได้ผล

ปัจจุบันกะเมาะได้ศึกษาหาความรู้  ลองผิด ลองถูก  เรียนรู้จากผู้รู้   สามารถผลิตสบู่ที่มีส่วนผสมน้ำมันสกัดเย็น  การทำครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น   ได้เกิดผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มโดยมีผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพิ่มขึ้น

 

 

ที่มาข้อมูล : อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศีธรรมราช

ขอขอบคุณ :

      

ข้อมูลเพิ่มเติมครูภูมิปัญญา “น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น”

นางสาวลาวัลย์  ปริงทอง   

เกิด 28 มกราคม 2505  อายุ 57 ปี 

เบอร์โทรติดต่อ –

Skip to content