การกู้ยืมเงินประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์การกู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพ มีรายละเอียดดังนี้ “กองทุนผู้สูงอายุ” จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 ปัจจุบันสังกัดกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “กองทุนผู้สูงอายุเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ” โดยมีกิจกรรมหลักของกองทุน ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ (ระเบียบคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารกองทุน, พ.ศ. 2548)

กิจกรรมกองทุนผู้สูงอายุ

  • การให้ทุนประกอบอาชีพ ประเภทกู้ยืมรายบุคคล และรายกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุ
  • สนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการเพื่อส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุในลักษณะกลุ่ม ชมรม ศูนย์บริการ ศูนย์อเนกประสงค์ในชุมชน
  • สนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการสำหรับองค์กรผู้สูงอายุ องค์กรที่ทำงานด้านผู้สูงอายุในชุมชน
  • เรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติกำหนดเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับประโยชน์สูงสุดตา พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

การให้บริการกู้ยืมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • กู้ยืมเป็นรายบุคคลได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท
  • กู้ยืมเป็นรายกลุ่มๆ ละไม่น้อยกว่า 5 คน กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท โดยการกู้ยืมเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้สูงอายุทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ต้องชำระเงินคืนเป็นรายงวดทุกเดือน ระยะเวลา 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย

คุณสมบัติของผู้กู้ยืม

ผู้สูงอายุต้องเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านการเงินทุนประกอบอาชีพ โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งทุนอื่นหรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้

  • เป็นผู้ที่สามารถประกอบอาชีพได้
  • มีแผนงานหรือโครงการประกอบอาชีพที่เหมาะสม
  • กรณีกู้ยืมรวมกลุ่มประกอบอาชีพ (กลุ่มละไม่น้อยกว่า 5 คน) ต้องมีคุณสมบัติตาม 1, 2, 3 และต้องมีการจัดโครงสร้างกลุ่ม ประกอบด้วย
    • มีรายชื่อกรรมการกลุ่ม
    • รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
    • มีแผนงาน/โครงการการประกอบอาชีพที่กระทำรวมกันเป็นกลุ่ม
    • หนังสือรับรองจากองค์กรของผู้สูงอายุ/องค์กรภาคเอกชน/หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
  • กรณีผู้กู้ยืมมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย

หมายเหตุ: หากผู้ขอกู้รายใดไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากคุณสมบัติผู้กู้ไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น รายได้เกินเกณฑ์ และกู้ผิดวัตถุประสงค์ จะสามารถส่งมาใหม่ได้หลังจากผ่าน  เดือนมาแล้ว นับจากวันที่คณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุพิจารณา

คุณสมบัติของผู้ค้ำประกัน

  • กรณีให้กู้ยืมเป็นรายบุคคล ผู้กู้ต้องหาบุคคลที่น่าเชื่อถือจำนวน 1 คน เป็นผู้ค้ำประกัน เช่น เป็นผู้ที่มีอาชีพมั่นคง รายได้แน่นอน มีหลักฐานแสดงรายได้และการประกอบอาชีพ (หนังสือรับรอง สมุดบัญชีธนาคารที่มียอดหมุนเวียนเข้าทุกเดือนอย่างน้อย 3 เดือนขึ้น ไปที่ยืนยันการมีรายได้ของผู้ค้ำประกัน) มีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนตรวจสอบได้โดยมีภูมิลำเนาเดียวกันกับผู้ขอกู้ยืม และไม่เป็นผู้ค้ำประกันให้บุคคลอื่นที่ขอกู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุหรือไม่เป็นผู้ที่กู้ยืมด้วยกันเอง
  • กรณีให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม สมาชิกในกลุ่มที่ต้องการกู้ยืมเงิน ต้องจัดหาผู้ค้ำประกันตามจำนวนผู้กู้ยืม โดยต้องเป็นผู้ที่มีอาชีพมั่นคง รายได้แน่นอน มีหลักฐานแสดงรายได้และการประกอบอาชีพ (หนังสือรับรอง สมุดบัญชีธนาคารที่มียอดหมุนเวียนเข้าทุกเดือนอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป หรือ บัญชีสหกรณ์ทั่วไปที่ยืนยันการมีรายได้ของผู้ค้ำประกัน) และมีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนตรวจสอบได้ ไม่เป็นผู้ค้ำประกันให้บุคคลอื่นที่ขอกู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุหรือไม่เป็นผู้ที่กู้ยืมด้วยกันเองและต้องรับผิดชอบลูกหนี้ร่วมกัน
    •  
    • กรณีผู้ค้ำประกันมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย
    • ผู้ค้ำประกันต้องมีภูมิลำเนาเดียวกันกับผู้ขอกู้ยืม

เอกสารประกอบการกู้ยืม

  • กรณีให้กู้ยืมเป็นรายบุคคล
    • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอกู้ยืม
    • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ค้ำประกัน
    • ประมาณการค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพ / แผนผังการประกอบอาชีพ,ที่อยู่อาศัย
    • หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปของผู้ค้ำประกัน (เว้นแต่เกษตรกร)
    • หนังสือยินยอมคู่สมรส ผู้ขอกู้และผู้ค้ำประกัน (หากมี)
    • หนังสือสัญญาเช่าบ้าน (ในกรณีที่ผู้กู้เช่าบ้านอยู่)
  • กรณีให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม
    • กรณีให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม
    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • โครงการประกอบอาชีพของกลุ่ม
    • หนังสือสัญญาเช่าบ้าน (ในกรณีที่ผู้กู้เช่าบ้านอยู่)
    • สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ค้ำประกัน
    • หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้ค้ำประกัน (เว้นแต่เป็นเกษตรกร)
    • หนังสือยินยอมคู่สมรส (หากมี)

การทำสัญญากู้ยืมเงิน

หากผู้กู้ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน ทางกรมกิจการผู้สูงอายุ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (ตามสถานที่ที่ผู้กู้ได้ยื่นกู้) แจ้งให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หรือกลุ่มประกอบอาชีพของผู้สูงอายุ มาทำสัญญากู้ยืมเงิน และสัญญาค้ำประกัน ถ้าไม่มาทำสัญญาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่แจ้งให้ทราบ ให้ถือว่าการกู้ยืมเงินในครั้งนั้น เป็นอันสละสิทธิ์/ยกเลิก หากเป็นส่วนภูมิภาคจะต้องแจ้งให้กองทุนผู้สูงอายุทราบด้วย ว่ามีผู้ผ่านการอนุมัติใดที่ไม่มาทำสัญญาภายใน 30 วัน เพื่อแจ้งผลการยกเลิกให้กับผู้กู้ทราบต่อไป

การชำระคืนเงิน

ให้ผู้กู้ส่วนภูมิภาคผ่อนชำระตามสัญญา ณ กรมกิจการผู้สูงอายุหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือทางธนาณัติ (ตามที่สถานที่ที่ผู้กู้ได้ยื่นขอกู้) ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่รับเงินกู้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ให้ชำระคืนเป็นรายงวดทุก 30 วัน ภายในวันที่ 5 ของทุกๆ เดือน หรือไม่เกินวันที่ 15 ในเดือนนั้นๆ เมื่อผู้กู้ได้ชำระเงินกู้เป็นรายงวดแล้ว จะได้รับหลักฐานการรับเงินทุกครั้ง หากไม่ได้รับหลักฐานการรับเงินให้แจ้งมาที่ กลุ่มกองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ

สถานที่ติดต่อขอรับการกู้ยืมเงิน

ขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ

ติดต่อ : กลุ่มกองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ

ที่ตั้ง : กองทุนผู้สูงอายุ อาคารพิชเยนทรโยธิน ชั้น 1  ภายในบริเวณสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทรศัพท์ : 0 2354 6100

ส่วนภูมิภาค 

ให้ยื่นที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการขอกู้ยืมต่างๆ ได้ที่: 

http://www.olderfund.dop.go.th/download/view_sub/28

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: 

https://www.gcc.go.th/webgcc/?p=2961

http://www.pathumthani.m-society.go.th/?p=2916

 

 

 

 

Skip to content