ภูมิปัญญา การเกษตร

ภูมิปัญญา การเกษตร 

 

 

  นางสมจิตร  นามสกุล  เดชบุญ  ชื่อเล่น  จิต  เกิดวันที่  9  เดือน สิงหาคม  พ.ศ.2500ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 206/3  หมู่ที่ 3  ตำบลท่าศาลา  อำเภอท่าศาลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช   รหัสไปรษณีย์ 80160  โทรศัพท์   0887822378  วุฒิการศึกษา  ประถมศึกษา

          สืบทอดการทำนาปลูกข้าวมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ-แม่ ใช้วัว ใช้ควาย ไถนา เพราะแต่ก่อนเคยใช้ปุ๋ยเคมีในการทำนาปลูกข้าว จนทำให้ข้าวมีผลผลิตน้อยลง เนื่องจากดินเกิดความกร่อย แข็ง ดินขาดความอ่อนนุ่ม ไส้เดือนเริ่มหายไป จึงเกิดความตระหนักว่าการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นอันตรายต่อสุขภาพและปุ๋ยก็มีราคาสูงขึ้น  แต่ด้วยใจรักในการทำเกษตร ทำนาปลูกข้าว  จึงเริ่มหันมาใช้ขี้วัว ปุ๋ยหมักชีวภาพ  ในการปรับปรุงดิน จากการซื้อปุ๋ยที่อื่นมาใช้ได้สักระยะหนึ่งดินที่เสียก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานจากที่ต่างๆ และไปอบรมแกนนำเศรษฐกิจพอเพียงปี พ.ศ.๒๕๕๔ ก็ได้นำความรู้ที่ได้จากการไปศึกษาดูงานมาลงมือปฏิบัติทำที่บ้าน บริเวณบ้าน และในสวนของตนเอง ก็ได้เริ่มผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง ลดปัญหาดินเสื่อม และไม่ต้องซื้อปุ๋ยราคาแพง จากทำนาปลูกข้าวอย่างเดียวก็ได้มีความคิดที่จะหารายได้เพิ่ม และใช้ประโยชน์จากที่ดินของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดและลดความเสี่ยงในการทำนาปลูกข้าวอย่างเดียวให้มีรายได้จากหลายๆทางตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เรื่องการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี รู้จักพอกิน พอใช้ จึงได้เริ่มปลูกผักชนิดต่างๆไว้รอบๆบริเวณบ้าน และได้ศึกษา ทดลองการทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง และปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง และปัจจุบันสามารถผลิตปุ๋ยหมักแบบน้ำ และแบบแห้ง ไว้จำหน่ายได้ และเป็นสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯในปี พ.ศ.๒๕๕๔ และให้ความรู้กับชาวบ้านได้รู้ถึงความสำคัญของปุ๋ยว่าปุ๋ยเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากในการทำเกษตร แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจหรือแพร่หลายเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะสาเหตุหลายประการ เช่น เกษตรกรยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญที่แท้จริงของปุ๋ยหมักว่ามีคุณค่าเพียงใดในการช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น หรือช่วยรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินให้ดีอยู่เสมอ ไม่เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ อย่างเช่นปัจจุบัน เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เกษตรกรยังขาดแหล่งข้อมูลที่จะให้ความรู้ ความเข้าใจในการทำปุ๋ยอย่างถูกวิธี

 

 

 

 

องค์ความรู้ด้านการทำปุ๋ย

นางสมจิตร เดชบุญเริ่มทำการเกษตรมา สิ่งหนึ่งที่คิดว่าจำเป็นอย่างมากในการทำเกษตร นั่นก็คือ ปุ๋ย แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ คือ ต้องทำปุ๋ยที่ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและจนส่งถึงมือผู้บริโภค ผลผลิตที่เราปลูก เราต้องทานได้เช่นกัน และได้พบกับคำว่า เกษตรอินทรีย์ ซึ่งมันตอบโจทย์ในความหมายในแบบที่ดิฉันต้องการ

          ปุ๋ย คือ อาหารของพืช ที่เมื่อพืชได้รับไปแล้ว จะทำให้พืชผักผลไม้เจริญงอกงามนั่นเอง การทำเกษตรอินทรีย์ก็ต้องใช้ปุ๋ย ซึ่งปุ๋ยก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นเช่นกัน ต้องเป็นปุ๋ยที่มาจากธรรมชาติเท่านั้นไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยขี้หมู หรือแม้กระทั้งปุ๋ยน้ำที่หมักจากเศษใบไม้ เศษพืชผักผลไม้ และปุ๋ยที่หมักจากเศษปลา แต่ปุ๋ยที่หาได้ง่ายในชุมชนของเราก็คือ ปุ๋ยคอก(ปุ๋ยขี้วัว) นี่เอง  และหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า เมื่อได้ปุ๋ยคอกมาแล้ว ก็นำไปใส่พืชเลย ทั้งที่ยังเปียกหรือสดอยู่ ไม่ผิด แต่กว่าที่ปุ๋ยคอกจะย่อยสลายต้องใช้เวลานาน กว่าที่พืชจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่วัน  ทั้งนี้ปุ๋ยคอกสดๆ ที่นำไปใช้โดยที่ยังไม่ผ่านกระบวนการย่อยสลาย มีธาตุอาหารมากก็จริง แต่พืชจะยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ เนื่องจากจุลินทรีย์ในดินจะดึงไนโตรเจนจากพืชมาช่วยในการย่อยสลายปุ๋ยคอก จึงทำให้พืชขาดไนโตรเจนในช่วงนั้น จนเป็นสาเหตุให้ใบเหลืองซีด  เพราะเหตุนี้เอง จึงจำเป็นต้องทำปุ๋ยคอกหมัก เพื่อให้ผ่านกระบวนการย่อยสลาย และพืชก็จะสามารถนำสารอาหารในปุ๋ยคอกหมักไปใช้เลยไม่ได้ เพราะปุ๋ยคอกหมักที่ตักใส่กระสอบทิ้งไว้วันแรกๆ ตัวปุ๋ยคอกหมักมันร้อนมากๆ เนื่องจากตอนนี้มันจะเกิดกระบวนการย่อยสลาย และถ้าเราไม่หมักก่อน ก็จะเป็นสิ่งที่พืชจะได้รับ แทนที่จะได้ประโยชน์ อาจจะกลายเป็นโทษแทนก็ได้

            ทั้งนี้ได้สังเกตจากที่เคยทำมา โดยนำปุ๋ยคอกมาใหม่ๆ อยากให้พืชเจริญเติบโตดี จัดเต็ม ใส่ไม่ยั้ง หวังว่าพืชจะงอกงาม แต่สุดท้ายใบเหลือง ทั้งที่บ้างครั้งก็เข้าใจว่าเราใส่ปุ๋ยดีๆ ให้กับพืชแล้ว

เพราะฉะนั้น ก่อนใช้เราใช้หมักปุ๋ยคอกควรนำไปตากให้แห้งก่อน เพื่อที่พืชจะสามารถนำธาตุอาหารที่อยู่ในปุ๋ยคอกหมักไปใช้ได้เลย การปลูกพืชถ้าเราใส่ใจเขา ดูแลเขาดีๆ เขาก็จะเจริญเติบโตงอกงามมาให้เราได้ชื่นชม ขอเพียงเข้าใจหลักการของธรรมชาติเท่านั้นก็พอ

ส่วนประกอบของ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ประกอบด้วย      

            1. ปุ๋ยคอก(ขี้วัว)              1 ส่วน (1 กระสอบ)

            2. แกลบ             1 ส่วน (1 กระสอบ)

            3. รำ                 1 ส่วน (1 กระสอบ)

            4. น้ำ EM ขยาย             1 ลิตร 

            5. กากน้ำตาล                1 ลิตร

ขั้นตอนการทำ


ขั้นแรก  นำปุ๋ยคอกที่ได้มาตากแดดให้แห้ง

เกลี่ยให้โดนแดดทิ้งไว้ 1-2 แดด ถ้าปุ๋ยคอกที่ได้มาแห้งแล้วก็ไม่ต้องตากเมื่อปุ๋ยคอกแห้งแล้ว ก็เตรียมส่วนผสมให้พร้อม ปุ๋ยคอก ,รำ ,ข้าวเปลือก = 1:1:1

 

 

             เทส่วนผสมทั้งหมดลงพื้นใช้จอบเกลี่ยคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาพอสมควร   เติมน้ำ EM ขยาย และกากน้ำตาลที่เตรียมไว้ ผสมน้ำให้เข้ากันนำไป รดที่กองปุ๋ยคอกที่เตรียมไว้ ถ้าไม่มีบัวรดน้ำใช้ขันตักไปก็ได้จากนั้นใช้จอบคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้เวลาพอสมควรครับ ลองใช้มือบีบดู ไม่แห้งหรือไม่เปียกเกินไปอย่างที่บอกตอนต้น ถ้ายังแห้งอยู่ เพิ่มน้ำอีกได้เลยโดยไม่จำเป็นต้อง 25 ลิตร แล้วใช้จอบเกลี่ยไปด้วยเรื่อย ๆ   เสร็จแล้วตักใส่ไว้ในกระสอบ ตั้งไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ในวันแรกผมปิดปากถุง ปรากฏว่าปุ๋ยคอกร้อนมาก เราจึงจำเป็นต้องเปิดปากกระสอบให้ความร้อนของตัวปุ๋ยระบายออก

              ผ่านไป 2 วัน เริ่มหายร้อนแล้ว ตัวปุ๋ยเองเริ่มมีการย่อยสลาย สังเกตจากมีฝ้าขาว ๆ อยู่ทั่วไป    ผ่านไป 3 วัน บางส่วนเริ่มย่อยสลายแล้ว  ผ่านไป 5 วัน ลองใช้มือขยำดูรู้สึกว่าจะเป็นขุยๆ ผ่านไป 7 วัน จับขึ้นมาขย้ำดู สังเกตดูว่าฝุ่นคลุ้ง หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ก็สามารถนำไปใช้กับผลผลิตของเราได้ตอนนี้ผมนำกระสอบมาเทนะครับ ที่เป็นก้อนก็ใช้มือขย้ำให้แตก รู้สึกว่าจะแตกง่ายๆ ตอนนี้ก็สามารถนำไปใส่ผลผลิตและพืชผักสวนได้

การเลี้ยงไส้เดือนดิน และการทำปุ๋ยไส้เดือนดิน

 

 

 

 

การเลี้ยงไส้เดือนดิน และการทำปุ๋ยไส้เดือนดินการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักให้กับสมาชิกในกลุ่มนั้นป้าจิตได้เล่าให้ฟังว่า การนำเศษซากหรือวัสดุต่างๆ ที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวก พืช เช่น เศษหญ้า ใบไม้ ฟางข้าว ผัก หรือแม้แต่ขยะมูลฝอยตามบ้านเรือนมากองรวมกัน รดน้ำให้มีความชื้นพอเหมาะ หมักไว้จนกระทั่งเศษหรือวัสดุเหล่านั้นย่อยสลายและแปรสภาพเป็นปุ๋ยต่อไป   การเลี้ยงไส้เดือนดินมีหลายแบบหลายวิธี ใช้กะละมังกลม หรือ บ่อซีเมนต์หรือบ่อปูนกลม ก็ได้ การเลี้ยงไส้เดือนดินของศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกอิฐ ใช้วิธีการเลี้ยงโดยใช้กะละมังกลมเนื่องจากโรงเรือนมีพื้นที่จำกัด แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะทางศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงไส้เดือนแบบคอนโด จึงทำให้ประหยัดพื้นที่

วัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยงไส้เดือน

1. กะลังมังสีดำ ความกว้างประมาณ 1 ศอก (ใบละไม่เกิน 20 บาท)

2. ขี้วัวแห้ง เก็บเศษฟาง หรือวัสดุที่ปนมากับขี้วัวออกให้เหลือแค่ขี้วัวจริงๆ

3. ไส้เดือนดินพันธุ์แอฟริกันที่ใช้เลี้ยงกันทั่วไป ประมาณ 3 ขีด

4. กากมะพร้าวสับ หรือใบไม้แห้ง (ใบมะขามเทศ,ใบก้ามปู)

วิธีและขั้นตอนในการเลี้ยงไส้เดือน

นำกะละมังไปเจาะรูโดยใช้สว่าน 2 หุน เจาะให้ทั่วกะละมัง เพื่อให้น้ำไหลผ่านออกได้สะดวก

นำขี้วัวมาทำการรดน้ำ ให้ขี้วัวเปียก เพื่อล้างความร้อนของขี้วัวและแก๊สออกให้หมด รดน้ำขี้วัว ประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วแต่ความร้อนของขี้วัว 

นำกากมะพร้าวสับมาผสม ประมาณ 30% ของขี้วัว 70 % นำมาผสมให้เข้ากัน มะพร้าวสับควรแช่น้ำก่อนเพื่อล้างยางของมะพร้าวออกไป ที่ผสมกากมะพร้าวผสม เพื่อช่วยในการเพิ่มความเย็นให้กับขี้วัว ผสมเข้ากันแล้วนำไปใส่ในกะละมัง ประมาณครึ่งกะละมัง 

ใส่ไส้เดือน 3 ขีด ลงบนขี้วัวผสมไว้ในกะละมัง แล้วนำไว้ในโรงเรือนที่เย็น โดยทำเป็นชั้น

เหล็ก หรือชั้นท่อพีวีซีก็ได้ ไส้เดือนชอบความชื้นและเย็น รดน้ำ ให้ความชื้นกับไส้เดือน 3-4 วันต่อครั้ง ประมาณ 1ครึ่งหรือ2 เดือนเราก็จะได้ ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน เต็มกะละมัง สามารถนำไปใส่ พืช ผักผลไม้ หรือจำหน่ายได้

 ภาพการจัดกิจกรรม (การเลี้ยงไส้เดือนและการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน)ภาพการจัดกิจกรรม

กศน.ตำบลท่าศาลา นำนักศึกษา ม.ปลาย ศึกษาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านโคกอิฐ

 

 

 

 

Skip to content