ภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน

 

ภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน  

 

 

          นายเจริญ โต๊ะอิแต  (บังมุ ) ผู้ที่อนุรักษ์การสืบทอดภูมิปัญญาการดุหลำ  ยังคงดำเนินการการหาปลาด้วยการฟังเสียงของปลาใต้ท้องทะเล เพื่อใช้ในการออกหาปลาให้กับครอบครัว และยังคงสืบทอดวิถีชีวิตดังกล่าวให้คงอยู่กับชุมชนในบ้านถุ้ง ด้วยอุดมการณ์รักท้องถิ่นทะเลอ่าวท่าศาลา เป็นคนที่มีถิ่นกำเนิด ณ บ้านในถุ้ง ตำบลท่าศาลา อ.ท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช  เกิดวันที่ 15 ต.ค 2511  ปัจจุบันอายุ  51  ปี  ชีวิตวัยเด็กการวิ่งเล่นและหาประสบการณ์ การเรียนรู้วิถีชีวิตการทำอาชีพประมงโดยเริ่มช่วยพ่อออกหาปลาตั้งแต่ 9  ปี  เข้าไปเรียนรู้วิธีการทำการประมงจากพ่อ เริ่มแตกหนุ่มได้อายุ 16 เริ่มลงมือปฏิบัติด้วยตนเองด้วยการลงมือเป็นผู้ช่วยของพ่อและเริ่มลงศึกษาเรียนรู้การฟังเสียงปลาโดยการดำน้ำทะเลโดยการจำแนกเสียงร้องของปลาในน้ำฝึกการเรียนรู้ว่าเสียงแบบใดเป็นฝูงปลาชนิดใดการใช้สัญญาณเสียงในน้ำโดยการดำลงไปในน้ำโดยการบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่นพ่อรุ่นลูกการเนินการฟังเสียงฝูงของปลาโดยใช้วิธีการดำน้ำทะเลไม่ใช้เครื่องมือใด อาศัยประสบการณ์ล้วนๆและสมาธิในการหาฝูงปลา ทิศทางในการลงไปอยู่ในน้ำจากการบอกเล่าจากพ่อและประสบการณ์ฟังเสียงปลาใต้น้ำ “ดุหลำ” กล่าวคือ  การที่คนลงดำน้ำโดยการฟังเสียงปลาใต้น้ำไป  เพื่อฟังว่าจะมีปลาและปลาชนิดใด  โดยนายเจริญ โต๊ะอิแต   สามารถจำแนกว่าเป็นปลาประเภทใด  เช่น  ปลาจวดหางรอก (เกร็ดจะเนียน ลำตัวจะเหลือง ลักษณะฟันไม่มีเคี้ยว แต่ลักษณะฟันเล็กๆ ) (ปลาจวดสองซี่จะมีลักษณะเขี้ยวสองสี่ด้านล่าง ด้านบนหนึ่ง)  เสียงปลาแต่ละชนิดจะส่งเสียงแตกต่างกัน  ทั้งหมดทั้งมวลล้วนอาศัยประสบการณ์ การฟังเสียงปลาต้องใช้ประสบการณ์จริงในการแยกแยะเสียงปลา  เรียนรู้ทิศทางของลม  ทั้งสิ้นบางครั้ง  การหาปลานอกจากจะอาศัยโชคช่วยแล้ว ต้องอาศัยในเดือนมืด ท้องฟ้ามืดจะเห็นฝูงปลาแหวกว่ายเป็นฝูงได้ชัด  ลักษณะฝูงปลาที่มักจะอยู่รวมกัน เป็นฝูงรวมกัน  เช่น  ปลาจวด   ปลาลัง(ปลาทู) ทะเลปักษ์ใต้ บริเวณท้องทะเลอ่าวไทยบริเวณอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช  คลอบคลุมพื้นที่ หลายอำเภอ เช่น อำเภอท่าศาลา  อำเภอสิชล “อ่าวทองคำ” การหาปลาในเวลากลางคืนในท้องทะเลอันเวิ้งว้าง สามารถแยกแยะชนิดของปลาโดยใช้พลายน้ำ (แสงของน้ำ)  เพราะแสงของดวงจันทร์สาดส่องมายังตัวของปลา ปลาสามารถสะท้อนแสงให้เห็นเป็นเงาแสงได้ สังเกตว่าจะเป็นปลาที่มักแวกว่ายเป็นฝูง ลักษณะคลื่นกระแสใต้น้ำแรงมักจะได้ปู เพราะปูจะฝังตัวในโพรง และใต้ดินท้องทะเล ช่วงฤดูที่สามารถหาสัตว์น้ำได้ 1) ระหว่างเดือน ม.ค  – ก.พ  ปลาลัง  กุ้ง(ไม่มีการส่งเสริมและมักจะเกาะในฝูงปลา) 

     2)  ระหว่างเดือน มี.ค – เม.ย กั้ง ปริมาณมาก

    3) ระหว่างเดือน พ.ค -พ.ย จะเทศกาลที่มีปู ปลาจวด  สามารถรับชมรายการจากการสัมภาษณ์และจัดทำรายการทีวีจาก  “ดุหลำคนฟังเสียงปลา  รายการทีวีช่อง  CNN” 

ชาวประมงบ้านพื้นได้ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น  การรู้ทิศทางลม  เพื่อกำหนดเครื่องมือในการจับปลา  กำหนดเวลาการจับตามลักษณะ ลมแปดทิศ  ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านมีความหลากหลายในการใช้เครื่องมือทำมาหากิน  ได้แก่  อวน  เป็ด แห  ลอบ  หรือใช้ภูมิปัญญากาน้ำ   ลมแปดทิศคือลมหายใจของธรรมชาติที่สร้างให้ทุกชีวิตสมดุล และความสมบูรณ์  นครศรีธรรมราชโดยเฉพาะอ่าวท่าศาลา ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม 2 ด้าน  คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ  (ลมว่าว)  ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้(ลมพลัด)   ลมที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า ลมพลัดหลวง  ลมที่พลัดจากทิศเหนือ เรียกว่า ลมอุตรา  ลมที่พัดจากทิศใต้  เรียกว่า ลมสลาตัน  ลมที่พัดจากทิศตะวันออก  เรียกว่า ลมออก  ลมที่พัดจากตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า  ลมเภา ลมทั้ง 8 ทิศ มีอิทธิพลต่อชาวประมงในการวางแผนการจับสัตว์น้ำโดยการใช้เครื่องมือที่เหมาะสม  แต่ละช่วงของแต่ละเดือน จะจับปลาได้แต่ละชนิดที่แตกต่างกัน  ทำให้ชาวประมงได้เรียนรู้ชีวิตและการสรรหาอุปกรณ์เครื่องมือในการหาปลาให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา

             นายเจริญ  โต๊ะอิแต “บังมุ”เป็นคนสู้ชีวิต เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบแสดงออก  และเป็นผู้นำในการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่งบ้านในถุ้ง  อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช  เป็นผู้ก่อการดี ในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูชายฝั่ง ตั้งแต่ ปี 2545   จากการร่วมมือกัน จำนวน  6-7 คน  โดยมีการหาแนวร่วมในการขับเคลื่อน จำนวน 30 คน  ปัจจุบัน มีสมาชิกเพิ่มขึ้น  โดยมีความคิดเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ผลักดันเรือพานิชออกจากอ่าวท่าศาลา เข้ามาหาหอยลาย หาปลาริมตลิ่ง ถ้าชาวบ้านจับหาหอยไปกินไปขายได้ โดยการดำงมห้ามใช้คราดหอยลาย หอยแครง  ทำให้ขุดโคลนขึ้นมา ไถหน้าโคลนใต้ดิน ทำให้แก๊สไข่เน่าขึ้นมาบนผิวน้ำ ส่งผลต่อชีวิตต่อสัตว์น้ำชายฝั่งเกิดสภาวะการทำลายธรรมชาติ   ประกอบกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ชุมพร  สุราษฎร์ธานี   ปิดอ่าว ห้ามจับสัตว์น้ำ 15 ก.พ -15 พ.ค ทำให้เรือประมงจากแหล่งอื่นมารุนหอย  ส่งผลต่อการพลิกโคลนตม ทำให้แก๊สไข่เน่าขึ้นมา ทำลายสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ   ส่งผลต่อการทำหากินของชาวประมงพื้นบ้าน  นายเจริญได้ร่วมกัน ต่อต้าน การจัดตั้งกลุ่มเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำ เพื่อให้ลูกหลานได้มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ใช้บริโภคกันต่อไป    โดยการทำงานของกลุ่มอนุรักษ์ การปกป้องและการบริบาลปู  นำปูที่มีไข่นอกกระดอง ที่แก่เต็มที่โดยให้ชาวประมงได้นำปูที่ยังมีชีวิตอยู่มาให้กับกลุ่ม เพื่อจะได้อนุบาลปูให้ไข่ปูฝักตัวอ่อน ก่อนปล่อยลงไปสู่ธรรมชาติ  เพื่อเพิ่มปริมาณปูในทะเลให้มีคู่กับอ่าวท่าศาลา  การดำเนินการดังกล่าว  ส่งผลให้หล่ยหน่วยงานได้มองเห็นคุณค่าการทำงานของกลุ่ม สมาคมรักทะเลไทย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อบต.สนับสนุน  เพื่อนในเฟสบุ๊คเห็นการทำงานของคณะ  โดยมีการสนับสนุนเงิน 100,000  บาท  สร้างอาคาร ปี 2558  โดยมีการรวมกลุ่มออมทรัพย์บ้านในถุ้ง เพื่อออมเงิน 50  บาทต่อเดือน ปัจจุบัน 2562  มีเงินทุนหมุนเวียน  ล้านกว่าบาท  เพื่อให้สมาชิกได้กู้ยืมไปซื้ออุปกรณ์ในการทำการประมงชายฝั่งกรณีเครื่องมือที่ใช้ทำมาหากินเกิดการเสียหายสมาชิกสามารถมากู้ยืมเงินเพื่อไปจัดซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับการทำการประมงได้  ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านในถุ้งเริ่มเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์สัตว์

รางวัลที่ได้รับ

1. สนง.คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ มอบรางวัลชนะเลิศ ประเภทบุคคลทั่วไป จากการประกวดคลิปวีดิโอสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขยายผลธนาคารปูม้า  และการอนุรักษ์ทรัพยากรปูม้า  ประจำปี  2561  

                            

2.กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  มอบโล่ เกียรติยศ ให้นายเจริญ  โต๊ะอิแต “ทสม. ดีเด่น จังหวัดนครศรีธรรมราช”  เมื่อวันที่  4  ธันวาคม 2559

3. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  มอบเกียรติคุณ แด่ ชุมชนบ้านในถุ้ง  “ชุมชนต้นแบบหลักในถิ่นมวล”  ประจำปี  2562

4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  มอบรางวัล “กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้าน ในถุ้ง  จังหวัดนครศรีธรรมราช ” สถาบันเกษตรกรแห่งชาติ  ประเภทเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  ประจำปี  2562 

 

 

Skip to content