ภูมิปัญญาการทำอิฐแดง หรืออิฐมอญ

อิฐมอญ เป็นวัสดุที่ผลิตมาจากการนำดินเหนียวมาเผาเพื่อให้ได้วัสดุที่คงรูปมีความแข็งแรง การใช้อิฐมอญในงานก่อสร้างมีมากหลากหลายจึงมี คนรู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในความคงทน  และผลิตได้ในประเทศจากแรงงานท้องถิ่น คุณสมบัติของอิฐมอญจะยอมให้ความร้อนถ่าย-เข้าออกได้ง่ายเก็บความร้อนในตัวเองได้นาน เนื่องจากอิฐมอญ มีความจุความร้อนสูง สามารถเก็บกักความร้อนไว้ในเนื่องมาก โดยที่ค่อยๆถ่ายเทจากภายนอก จึงเหมาะแก่การใช้งานในช่วงเวลากลางวัน 

นางฉลวย ปล้องเกิด (ป้าพร) เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2499  อยู่บ้านเลขที่   22/2  หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช  เริ่มจากสมัยป้าพรเด็ก ๆ  ได้ไปวิ่งเล่นบ้านลุงเจียม ปลอดชูแก้ว(พี่ของเม่) ไปช่วยเล่นดินช่วยทำบ้าง  ตามประสาเด็กๆ ได้เรียนรู้แบบไม่รู้ตัว เห็นคุณลุงทำมาตลอด สมัยก่อนทำด้วยแรงงานคนล้วน ๆ ใช้คนนวดดินเหนียว เมื่อป้าพร อายุได้ 21 ปี เริ่มสนใจในอาชีพการทำอิฐเพราะได้แต่งงานมีครอบครัว ประกอบกับแม่ของป้าพรสนใจทำโรงอิฐในพื้นที่ตำบลโมคลาน ตนเองจึงไปร่วมเรียนรู้อย่างจริงจังกับแม่  ต่อมาในชุมชนนี้อยู่ใกล้กับชุมชนของตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีเพื่อนบ้านหลายครอบครัวทำกิจการโรงอิฐ และเพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน คือ ผู้ใหญ่มน ได้นำเทคโนโลยี เครื่องจักรมาช่วยในการทำอิฐ  ตนเองก็สนใจเพื่อลดการใช้แรงในการทำอิฐ  ดินเหนียวที่ใช้ในการทำอิฐเป็นดินเหนียวล้วน ๆในแปลงพื้นที่นาของตนเองและครอบครัว การใช้ดินเหนียวปนทรายมาก ๆ จะทำให้หักง่าย ก้อนดิฐจะแตกหลังจากเผาดินให้เป็นอิฐแล้ว ดังนั้น การทำอิฐจะต้องคำนึงถึงคุณภาพของดินด้วยเป็นสำคัญ อิฐที่ป้าพรทำ มีอิฐชนิด 8 รู กับอิฐทึบ การตลาดส่งๆ ไปเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี  กระบี่ พัทลุง ตรัง พังงา ภูเก็ต ปัจจุบัน ป้าพรได้มอบธุรกิจการทำอิฐให้กับบุตรชาย สืบทอดกิจการต่อจากตน คือ นายพิชิต ปล้องเกิด

วัสดุอุปกรณ์ในการทำอิฐ 

เครื่องมือสำคัญในการทำอิฐ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะคิดประดิษฐ์ขึ้นใช้เองเพื่อประหยัด โดยนำวัสดุ ที่หาได้จากพื้นบ้านดัดแปลงต่อเติมเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ เว้นแต่ที่ทำไม่ได้เป็นเครื่องทุ่นแรงที่เป็นเครื่องจักรกลสำหรับเครื่องมือหลัง ๆ ได้แก่ 

  • ปุ้งกี๋ เมื่อก่อนสานด้วยหวายและไม้ไผ่ ต่อมาหวายและไม้ไผ่ขาดแคลนจึงหันมาใช้พลาสติกสานแทน บางทีก็ใช้ยางรถยนต์เก่าซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ใช้สำหรับงานโกยที่ต้องขนย้ายทั่วไป 
  • พลั่ว ทำจากแผ่นเหล็ก มีไม้ไผ่เป็นด้าม ใช้ในการตักดิน แกลบ และคลุกเคล้าดิน แกลบ น้ำ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน 
  • คราด ทำด้วยเหล็กเช่นเดียวกับพลั่ว แต่มีหลักต่างกันคือ มีหน้าเป็นซี่กลม ๆ 6 ซี่ ส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่ทำด้าม ใช้สำหรับเกลี่ยแกลบให้ทั่วขณะเผาอิฐและงานโกย สิ่งต่าง ๆ 
  • ไม้ไสดินหรือไม้แซะดิน ใช้สำหรับปรับลานตากดินที่มีเศษดินจากการไส แท่งดินให้ได้รูปทรงตกหล่นอยู่จำนวนมาก โดยจะใช้ไม้ไสดินนี้ทำการไสดินออกจากลานเพื่อให้ลานดินสะอาด และเรียบร้อย 5. รถเข็น ทำขึ้นง่าย ๆ จากเศษไม้ที่เหลือใช้ เริ่มจากต่อส่วนของกระบะก่อน จากนั้นล้อรถจักรยานที่ไม่ใช้งานแล้วมาใส่ทำให้สะดวกในการไสลากขึ้น ประโยชน์ของรถเข็นก็คือใช้ในการขนย้ายดินจากกองเพื่อนำไปหมักและขนย้ายดินที่ปั่นจนได้ที่แล้วไปกองสำหรับอัดลงพิมพ์เป็นอิฐ
  • เครื่องปั่นดิน เดิมขั้นตอนการผสมดินสำหรับทำอิฐผู้ผลิตจะใช้วิธีย่ำด้วยเท้าจนส่วนต่าง ๆ เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีผู้คิดค้นเครื่องมือในการผสมดินที่ทันสมัยขึ้นมาใช้แทน เครื่องมือดังกล่าวเรียกว่าเครื่องปั่นดิน ขณะใช้งานมีเครื่องยนต์ขนาดกำลัง 9 แรงมาให้พลังงาน เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถผสมดินได้ครั้งละมาก ๆ และใช้เวลาสั้นกว่าการผสมด้วยการย่ำจากแรงคน
  • โรงเผาอิฐ สมัยก่อนผู้ผลิตมักกันกลางแจ้ง เนื่องจากประหยัดต้นทุนในการสร้างโรงเผาอิฐ ข้อเสียก็คือ ไม่สามารถเผาอิฐในช่วงฤดูฝนได้ ภายหลังจึงได้สร้างโรงเผาอิฐขึ้น ลักษณะก็คือ เป็นโรงไม้หลังคาจากส่วนของหลังคามีลักษณะเป็นทรง จั่วสูง เชิงชนิดคาอยู่ระดับศีรษะ ไม่มีฝาด้านในใช้สำหรับเป็นที่เผาอิฐและเก็บอิฐ ทั้งชนิดที่เตรียมเผาและเผาสุกแล้ว
  • แบบพิมพ์ มีด้วยกัน 3 ชนิด แบบพิมพ์ไม้ ชนิดนี้สามารถทำขึ้นใช้เองได้ แบบ พิมพ์โลหะ มีสองลักษณะคือ ทำจากเหล็กหรือสแตนเลส ราคาค่อนข้างสูงและแบบพิมพ์พลาสติก ปัจจุบันได้รับความนิยมมากกว่าแบบพิมพ์ชนิดอื่น เนื่องจากมีราคาย่อมเยา สะดวกทนทานต่อการใช้งาน ที่สำคัญคืออิฐที่ได้จากแบบพิมพ์พลาสติกยังให้ความสวยงามไร้ตำหนิพอ ๆ กับพิมพ์โลหะชนิดสแตนเลส ซึ่งดีกว่าเเบบพิมพ์ไม้มาก นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก อาทิ เครื่องไสดิน มีดปาดดิน ไม้ตบ ใช้สำหรับตกแต่ง แท่งอิฐ ที่ได้จากพิมพ์ไม้ให้ได้รูปสวยงาม กระแตง สำหรับงานขนย้ายทั่วไป ติ้ว สำหรับนับจำนวนเวลาขนอิฐขึ้นรถในขั้นตอนการขาย แผงเหล็ก สำหรับกับความร้อนไม่ให้กระจายออกมานอกโรงเผาอิฐขณะทำการเผา เป็นต้น 

มาตรวัดคุณภาพอิฐ 

การทำอิฐให้ได้คุณภาพและมีต้นทุนต่ำ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ แหล่งผลิต วัตถุดิบที่ว่า ได้แก่ ดิน แกลบ น้ำ  ดินที่ใช้ทำอิฐคือ ดินเหนียว มีอยู่ดัวยกันหลายชนิด แต่ละชนิดจะให้คุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ดินเหนียวปูน มีลักษณะเป็นดินที่มีธาตุปูนผสมอยู่มาก สังเกตจากดินมีสีออกขาวนวลเมื่อนำมาทำอิฐจะได้ อิฐสีเหลืองอ่อน ไม่แดงเข้มสวยงาม ดินเหนียวแก่ มีความเหนียวมาก เมื่อกองทิ้งไว้นาน ๆ  จะแข็งคล้ายหิน มีข้อเสียคือเมื่อนำไปทำอิฐจะเกิดการรัดตัวจนแท่งอิฐบิดงอ ดินทั้งสองชนิดนี้ไม่นิยมนำมาทำอิฐ เนื่องจากมีคุณภาพต่ำ ทำให้อิฐขายไม่ได้ราคา ดินเหนียวที่ได้รับความนิยม นำไปทำอิฐคือ ดินเหนียวปนทรายละเอียดเดิมผู้ผลิตจะได้ ดินชนิดนี้จากใต้แม่น้ำ ปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้ดินที่ได้จากบนบกที่มีคุณสมบัติเหมือนกันแทนเพราะสะดวกกว่าการลงไปเอาดินจากแม่น้ำขึ้นมา 

ขั้นตอนการทำอิฐ 

  • นวดดิน ขั้นแรกเริ่มกัน  โดนฉีดน้ำเพื่อให้ดินชุมชื่น
  • ใช้เครื่องจักตักดินเข้ารางสับ เพื่อตีดินให้ละเอียด
  • ดินออกเป็นแผ่นยาว 
  • มีเครื่องตัดจำนวนก้อนขนาดที่ต้องการ 8 นิ้ว 5 นิ้ว จำนวน 8 รู     
  • มีเครื่องยับเพื่อให้ก้อนดินขาดเป็นชิ้น และจัดลงบนรถเข็นเพื่อนำไปตากในโรงตาก3 วันเพื่อลดปริมาณความชื้นของก้อนดินที่ยังไม่ได้เผาเตรียมความพร้อมเข้าเตาเผาหลังจากตากไว้ในโรงตาก  3  วัน
  • นำอิฐมาจัดวางเรียงในเตาเผาอิฐ จะใช้เวลา 1-2  วัน และรมควัน 3 วัน 3 คืน ต่อเนื่องกันโดยสังเกตว่าอิฐเป็นไปหมดทุกก้อน  ก็จะแสดงให้เห็นว่าอิฐนั้นเผาได้ที่แล้ว ลดปริมาณไฟ และดับไฟในที่สุด ตั้งไว้ประมาณ 1-2 วันให้อิฐเย็นตัว   
  • แล้วนำอิฐมาจากเตาเผา จัดเรียงเป็นชุดก้อนใหญ่ ๆ  พร้อมจำหน่าย ก้อนมัดใหญ่ ๆ 1 ชุด มีประมาณ 20,000 – 30,000 ก้อน  

 

ที่มาข้อมูล : อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศีธรรมราช

ขอขอบคุณ :

      

ข้อมูลเพิ่มเติมครูภูมิปัญญา “การทำอิฐแดงหรืออิฐมอญ ”

นางฉลวย ปล้องเกิด (ป้าพร) 

เกิดวันที่ 1 เมษายน 2499 

เบอร์โทรติดต่อ –

Skip to content