ภูมิปัญญาการทำอิฐแดง หรืออิฐมอญ

 

ภูมิปัญญาการทำอิฐแดง หรืออิฐมอญ

 

 

         นางฉลวย   ปล้องเกิด (ป้าพร) : ตำบลโมคลาน  เกิดเมื่อวันที่  1  เมษายน 2499  อยู่บ้านเลขที่   22/2  หมู่ที่ 6  ตำบลโพธิ์ทอง  อำเภอท่าศาลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เริ่มจากสมัยป้าพรเด็ก ๆ  ได้ไปวิ่งเล่นบ้านลุงเจียม  ปลอดชูแก้ว(พี่ของเม่)   ไปช่วยเล่นดินช่วยทำบ้าง  ตามประสาเด็ก ๆ  ได้เรียนรู้แบบไม่รู้ตัว  เห็นคุณลุงทำมาตลอด  สมัยก่อนทำด้วยแรงงานคนล้วน ๆ ใช้คนนวดดินเหนียว เมื่อป้าพร  อายุได้  21  ปี  เริ่มสนใจในอาชีพการทำอิฐเพราะได้แต่งงานมีครอบครัว ประกอบกับแม่ของป้าพรสนใจทำโรงอิฐในพื้นที่ตำบลโมคลาน  ตนเองจึงไปร่วมเรียนรู้อย่างจริงจังกับแม่  ต่อมาในชุมชนนี้อยู่ใกล้กับชุมชนของตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีเพื่อนบ้านหลายครอบครัวทำกิจการโรงอิฐ และเพื่อนบ้านซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน คือ ผู้ใหญ่มน ได้นำเทคโนโลยี เครื่องจักรมาช่วยในการทำอิฐ  ตนเองก็สนใจเพื่อลดการใช้แรงในการทำอิฐ   ดินเหนียวที่ใช้ในการทำอิฐเป็นดินเหนียวล้วน     ในแปลงพื้นที่นาของตนเองและครอบครัว   การใช้ดินเหนียวปนทรายมาก ๆ  จะทำให้หักง่าย ก้อนดิฐจะแตกหลังจากเผาดินให้เป็นอิฐแล้ว  ดังนั้น  การทำอิฐจะต้องคำนึงถึงคุณภาพของดินด้วยเป็นสำคัญ อิฐที่ป้าพรทำ มีอิฐชนิด 8  รู  กับอิฐทึบ การตลาดส่งๆ ไปเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี  กระบี่  พัทลุง ตรัง พังงา ภูเก็ต ปัจจุบัน ป้าพรได้มอบธุรกิจการทำอิฐให้กับบุตรชาย สืบทอดกิจการต่อจากตน คือ นายพิชิต ปล้องเกิด

 

 

ลักษณะทั่วไป
           อิฐมอญเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากการนำดินเหนียวมาเผาเพื่อให้ได้วัสดุที่คงรูปมีความแข็งแรง การใช้อิฐมอญในงานก่อสร้างมีมากหลากหลายจึงมี คนรู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในความคงทน  และผลิตได้ในประเทศจากแรงงานท้องถิ่น คุณสมบัติของอิฐมอญจะยอมให้ความร้อนถ่าย-เข้าออกได้ง่ายเก็บความร้อนในตัวเองได้นาน เนื่องจากอิฐมอญ มีความจุความร้อนสูง สามารถเก็บกักความร้อนไว้ในเนื่องมาก โดยที่ค่อยๆถ่ายเทจากภายนอก จึงเหมาะแก่การใช้งานในช่วงเวลากลางวัน

วัสดุอุปกรณ์ในการทำอิฐ

   เครื่องมือสำคัญในการทำอิฐ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะคิดประดิษฐ์ขึ้นใช้เองเพื่อประหยัด โดยนำวัสดุที่หาได้จากพื้นบ้านดัดแปลงต่อเติมเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ เว้นแต่ที่ทำไม่ได้เป็นเครื่องทุ่นแรงที่เป็นเครื่องจักรกลสำหรับเครื่องมือหลัง ๆ ได้แก่

            1. ปุ้งกี๋ เมื่อก่อนสานด้วยหวายและไม้ไผ่ ต่อมาหวายและไม้ไผ่ขาดแคลนจึงหันมาใช้พลาสติกสานแทน บางทีก็ใช้ยางรถยนต์เก่าซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ใช้สำหรับงานโกยที่ต้องขนย้ายทั่วไป

            2.พลั่ว ทำจากแผ่นเหล็ก มีไม้ไผ่เป็นด้าม ใช้ในการตักดิน แกลบ และคลุกเคล้าดิน แกลบ น้ำ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน

            3. คราด ทำด้วยเหล็กเช่นเดียวกับพลั่ว แต่มีหลักต่างกันคือ มีหน้าเป็นซี่กลม ๆ 6 ซี่ ส่วนใหญ่ใช้ไม้ไผ่ทำด้าม ใช้สำหรับเกลี่ยแกลบให้ทั่วขณะเผาอิฐและงานโกย สิ่งต่าง ๆ

            4. ไม้ไสดินหรือไม้แซะดิน ใช้สำหรับปรับลานตากดินที่มีเศษดินจากการไส แท่งดินให้ได้รูปทรงตกหล่นอยู่จำนวนมาก โดยจะใช้ไม้ไสดินนี้ทำการไสดินออกจากลานเพื่อให้ลานดินสะอาด และเรียบร้อย                

            5. รถเข็น ทำขึ้นง่าย ๆ จากเศษไม้ที่เหลือใช้ เริ่มจากต่อส่วนของกระบะก่อน จากนั้นล้อรถจักรยานที่ไม่ใช้งานแล้วมาใส่ทำให้สะดวกในการไสลากขึ้น ประโยชน์ของรถเข็นก็คือใช้ในการขนย้ายดินจากกองเพื่อนำไปหมักและขนย้ายดินที่ปั่นจนได้ที่แล้วไปกองสำหรับอัดลงพิมพ์เป็นอิฐ

            6. การวารระบบน้ำส่วนใหญ่ใช้ในขั้นตอนการผสมดิน และระหว่างการอัดดินใส่แบบพิมพ์

            7. เครื่องปั่นดิน เดิมขั้นตอนการผสมดินสำหรับทำอิฐผู้ผลิตจะใช้วิธีย่ำด้วยเท้าจนส่วนต่าง ๆ เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ทว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีผู้คิดค้นเครื่องมือในการผสมดินที่ทันสมัยขึ้นมาใช้แทน เครื่องมือดังกล่าวเรียกว่าเครื่องปั่นดิน ขณะใช้งานมีเครื่องยนต์ขนาดกำลัง 9 แรงมาให้พลังงาน เป็นที่นิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถผสมดินได้ครั้งละมาก ๆ และใช้เวลาสั้นกว่าการผสมด้วยการย่ำจากแรงคน

            8.โรงเผาอิฐ สมัยก่อนผู้ผลิตมักกันกลางแจ้ง เนื่องจากประหยัดต้นทุนในการสร้างโรงเผาอิฐ ข้อเสียก็คือ ไม่สามารถเผาอิฐในช่วงฤดูฝนได้ ภายหลังจึงได้สร้างโรงเผาอิฐขึ้น ลักษณะก็คือ เป็นโรงไม้หลังคาจากส่วนของหลังคามีลักษณะเป็นทรง จั่วสูง เชิงชนิดคาอยู่ระดับศีรษะ ไม่มีฝาด้านในใช้สำหรับเป็นที่เผาอิฐและเก็บอิฐ ทั้งชนิดที่เตรียมเผาและเผาสุกแล้ว

            9. แบบพิมพ์ มีด้วยกัน 3 ชนิด แบบพิมพ์ไม้ ชนิดนี้สามารถทำขึ้นใช้เองได้ แบบ พิมพ์โลหะ มีสองลักษณะคือ ทำจากเหล็กหรือสแตนเลส ราคาค่อนข้างสูงและแบบพิมพ์พลาสติก ปัจจุบันได้รับความนิยมมากกว่าแบบพิมพ์ชนิดอื่น เนื่องจากมีราคาย่อมเยา สะดวกทนทานต่อการใช้งาน ที่สำคัญคืออิฐที่ได้จากแบบพิมพ์พลาสติกยังให้ความสวยงามไร้ตำหนิพอ ๆ กับพิมพ์โลหะชนิดสแตนเลส ซึ่งดีกว่าเเบบพิมพ์ไม้มาก นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อีก อาทิ เครื่องไสดิน มีดปาดดิน ไม้ตบ ใช้สำหรับตกแต่ง แท่งอิฐ ที่ได้จากพิมพ์ไม้ให้ได้รูปสวยงาม    กระแตง สำหรับงานขนย้ายทั่วไป ติ้ว สำหรับนับจำนวนเวลาขนอิฐขึ้นรถในขั้นตอนการขาย แผงเหล็ก สำหรับกับความร้อนไม่ให้กระจายออกมานอกโรงเผาอิฐขณะทำการเผา เป็นต้น

 มาตรวัดคุณภาพอิฐ

           การทำอิฐให้ได้คุณภาพและมีต้นทุนต่ำ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักเลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมและอยู่ใกล้ แหล่งผลิต วัตถุดิบที่ว่า ได้แก่ ดิน แกลบ น้ำ  ดินที่ใช้ทำอิฐคือ ดินเหนียว มีอยู่ดัวยกันหลายชนิด แต่ละชนิดจะให้คุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ดินเหนียวปูน มีลักษณะเป็นดินที่มีธาตุปูนผสมอยู่มาก สังเกตจากดินมีสีออกขาวนวลเมื่อนำมาทำอิฐจะได้ อิฐสีเหลืองอ่อน ไม่แดงเข้มสวยงาม ดินเหนียวแก่ มีความเหนียวมาก เมื่อกองทิ้งไว้นาน ๆ  จะแข็งคล้ายหิน มีข้อเสียคือเมื่อนำไปทำอิฐจะเกิดการรัดตัวจนแท่งอิฐบิดงอ ดินทั้งสองชนิดนี้ไม่นิยมนำมาทำอิฐ เนื่องจากมีคุณภาพต่ำ ทำให้อิฐขายไม่ได้ราคา ดินเหนียวที่ได้รับความนิยม นำไปทำอิฐคือ ดินเหนียวปนทรายละเอียดเดิมผู้ผลิตจะได้ ดินชนิดนี้จากใต้แม่น้ำ ปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้ดินที่ได้จากบนบกที่มีคุณสมบัติเหมือนกันแทนเพราะสะดวกกว่าการลงไปเอาดินจากแม่น้ำขึ้นมา

ขั้นตอนการทำอิฐ

1. นวดดิน ขั้นแรกเริ่มกัน  โดนฉีดน้ำเพื่อให้ดินชุมชื่น

2. ใช้เครื่องจักตักดินเข้ารางสับ  เพื่อตีดินให้ละเอียด

3. ดินออกเป็นแผ่นยาว 

4. มีเครื่องตัดจำนวนก้อนขนาดที่ต้องการ 8  นิ้ว  5  นิ้ว  จำนวน  8 รู    

5. มีเครื่องยับเพื่อให้ก้อนดินขาดเป็นชิ้น และจัดลงบนรถเข็นเพื่อนำไปตาก ในโรงตาก 3 วันเพื่อลดปริมาณความชื้นของก้อนดินที่ ยังไม่ได้เผาเตรียมความพร้อมเข้าเตาเผาหลังจากตากไว้ในโรงตาก  3  วัน

6. นำอิฐมาจัดวางเรียงในเตาเผาอิฐ  จะใช้เวลา 1-2  วัน  และรมควัน  3  วัน 3  คืน ต่อเนื่องกันโดยสังเกตว่าอิฐเป็นไปหมดทุกก้อน  ก็จะแสดงให้เห็นว่าอิฐนั้นเผาได้ที่แล้ว  ลดปริมาณไฟ  และดับไฟในที่สุด  ตั้งไว้ประมาณ 1-2  วัน ให้อิฐเย็นตัว  

7. แล้วนำอิฐมาจากเตาเผา  จัดเรียงเป็นชุดก้อนใหญ่ ๆ  พร้อมจำหน่าย  ก้อนมัดใหญ่ ๆ 1 ชุด มีประมาณ  20,000 – 30,000  ก้อน 

 

Skip to content