ภูมิปัญญาการต่อเรือประมงบ้านพื้นบ้าน

 

ภูมิปัญญา การต่อเรือประมงบ้านพื้นบ้าน : บ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา

 

ภูมิปัญญา การต่อเรือประมงบ้านพื้นบ้าน : บ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา

นายบังหมูด   พงเลิศ  การทำเรือประมงพื้นบ้าน : อ่าวทองคำ

           ชาวประมงพื้นบ้านอำเภอท่าศาลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช  อำเภอท่าศาลาเป็นอำเภอที่อยู่ติดทะเลอ่าวไทยตอนกลางทะเลทอดยาวจากอำเภอเมือง อำเภอท่าศาลา  อำเภอสิชล และอำเภอขนอม ตลอดแนวอำเภอท่าศาลาจะมีประชาชนกลุ่มประมง ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม  วิถีชีวิตกลุ่มประมง  ออกเรือไปหาปลา  กุ้ง  ปู  ในทะเลนำทรัพยากรมาจำหน่ายสู่ตลาดในท้องถิ่น และตลาดในเมืองท่าศาลา และในตัวอำเภอเมือง เพื่อส่งออกไปจำหน่ายให้กับประชาชนต่างอำเภอและต่างจังหวัดต่อไป  สิ่งหนึ่งที่เป็นศาสตร์ความรู้ที่น่าสนใจของการประกอบอาชีพประมง  นอกจากเทคนิคความชำนาญในการสังเกตลักษณะน้ำ พันธุ์ปลาต่าง ๆ    เครื่องมือทำมาหากิน  ก็คือเรือ  เรือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นพาหนะในการที่จะนำชาวประมงออกสู่ทะเล เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขาที่ต้องมีการดูแลเอาใจใส่เมื่อชำรุดก็ต้องนำเรือมาซ่อมแซม  บำรุงรักษาหรือสร้างขึ้นมาใหม่   ภูมิปัญญาในเรื่องนี้ คือ 1. ครอบครัว นายกาหรีม หลงจิ  ซึ่งท่านมีอาชีพทำเรือประมง และมีการถ่ายทอดองค์องความรู้ให้กับบุตรชาย  ทั้งสอง คน  คือ  นายกาหลิ  หลงจิ    นายอลิ  หลงจิ   ได้สืบทอดองค์ความรู้ให้กับบุตรทั้งสองเป็นช่างต่อเรือประมงพื้นบ้าน       2. บังหรีม    3.  นายบังสาน   4.   นายบังหมูด   ในที่นี้ได้ไปสัมภาษณ์และถอดองค์ความรู้การต่อเรือประมงพื้นบ้าน  จากนายบังหมูด    พงเลิศ   เกิดเมื่อวันที่   19  มกราคม  2496  ปัจจุบันอายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่   229/1 ม.5 บ้านในทุ่ง    ต.ท่าศาลา  อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช  เดิมเป็นอำเภอร่อนพิบูลย์  มาตั้งรกรากปักฐานมีครอบครัวที่อำเภอท่าศาลา เมื่อปี  2517  มีบุตรจำนวน  6  คน  จุดเริ่มต้นเป็นลูกจ้างอู่ต่อเรือพานิชในตัวอำเภอท่าศาลา เป็นเวลา 3 ปี  เมื่อเกิดความชำนาญ จึงเริ่มหันมารับจ้างต่อเรือด้วยตนเอง  เมื่อปี พุทธศักราช  2521  จนถึงปัจจุบัน  ด้วยฝีมือและความเชี่ยวชาญในการต่อเรือประมงพื้นบ้านเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในระดับชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน  ราคาว่าจ้างต่อลำประมาณ 40,000  ถึง  50,000  บาท ต่อเรือ 1  ลำ  โดยผู้จ้างดำเนินการออกค่าใช้จ่ายในการจัดหาและจัดซื้อวัสดุให้ครบทุกอย่าง   ช่างต่อเรือดำเนินการออกแรงทำเพื่อให้ได้มาซึ่งลำเรืออย่างเดียว  การดำเนินการไม่มีพิมพ์เขียว  เป็นการสร้างจากการตกลงกับผู้ว่าจ้างจนเข้าใจ  ขนาด  รูปทรง   ก็ลงมือทำการต่อเรือ วัสดุอุปกรณ์ในการทำ  ประกอบด้วย 1. ไม้ตะเคียนทอง  2. เลื้อยตัดไม้  3. กบไสไม้   4. สว่าน  5. น็อต  6. ตะปู ขนาด 3-4  นิ้ว   7. เหล็กต้นแบบวัดขนาดของกงเพื่อใช้ขึ้นรูปกง   8. กากีบ (ตัวค้ำไม้ให้โค้งงอตามความต้องการ  9. ขี้ชัน   10.น้ำมันยาง  11.  จารบี  12.ปูนแดง  กรณีที่ซ่อมแซมลำเรือเก่าลูกค้าต้องการใช้ไฟเบอร์ แทนการอุดรอยรั้วด้วยขี้ชันเพื่อปิดตัวเรือเคลือบทั้งลำเรือไม่ให้น้ำรั่วซึมเข้ามาในลำเรือได้   ส่วนปะกอบ ด้วย  ใยแก้ว(คล้ายๆ  ผ้ามุ้ง )  ดินไฟเบอร์   น้ำยาไฟเบอร์ และตัวเร่งทำให้แข็งจับตัวเร็ว (ใช้ 2-3  ช้อนชา)  ใช้เวลา 1-2 วัน  ขั้นตอนการลงไฟเบอร์ ห้ามโดนน้ำหรือน้ำฝน  ดังนั้น  จะต้องทำในช่วงที่ฝนไม่ตก มิฉะนั้นขั้นตอนการติดไฟเบอร์ก็จะไม่ได้ผล 

            ขั้นตอนกระบวนการผลิต / วิธีทำ  (Know how) 

ในขั้นเตรียมการจะประกอบด้วย  เตรียมหาไม้ตามชนิดที่ต้องการใช้งาน การนำต้นไม้มาใช้การทำลำเรือจะต้องดูความกว้าง  ความสูงของลำต้นเป็นสำคัญ  กล่าวคือ   จะต้องมีขนาดรอบโคนต้น ความกว้างของเนื้อไม้ 150-200  เซนติเมตร  ความสูง  10-12  เมตร  จึงตัดมาทำเรือได้    และเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการต่อเรือทุกชนิด  พอได้พร้อมตามเนื้องานแล้วจึงดำเนินขั้นตอนการต่อเรือ  ซึ่งสามารถแบ่งขั้นตอนได้  ดังนี้

 

     1. วางกระดูกงู  เป็นขั้นตอนแรกของการต่อเรือ  กระดูกงูเปรียบได้กับสันหลังของคนจึงต้องวางไม้กระดูกงูที่ดัดโค้งไปตามรูปท้องเรือให้โค้งกับน้ำ  (ตามเครื่องวัดระดับด้วยปรอทและขึงเชือกให้ตรง)  กระดูกงูเสร็จ  โดยหาไม้แกนสำคัญ ขนาดความหนา  2-2.5 นิ้ว   กว้าง  1  นิ้ว   ขนาดความยาวของกระดูกงูไม้ควรน้อยกว่า  10  เมตร   

     2.  ตั้งโขนเรือหรือทวนหัว  โขนคือไม้ที่เสริมหัวเรือและท้ายเรือให้งอนเชิดขึ้น  (เรียกว่าแม่ย่านาง)  โขนจะต่อมาจากกระดูกงูเรือ

     3.  ขึ้นไม้กระดานตัวลำเรือข้างละ 4แผ่น   ขนาดความยาวต้องมากกว่ากระดูงู  ถ้ากระดูงูยาว 10  ไม้กระดานต้องยาว 12-13  เพราะต้องไปตีเชื่อมกับโขนที่ยึดติดกับลำเรือ ทั้งสองข้างมีกงพรางจำลองเพื่อต้องการมิให้ไม้กระดานหุบเข้าไปข้างใน  ช่วงที่ขึ้นไม้กระดานแผ่น 1-2   จะต้องใช้ไฟลนไม้กระดานให้อ่อนตัวเพื่อจัดรูปทรงโค้งงอได้ตามความต้องการของนายช่างและไม่ทำให้ไม้แตกหักจากการดัด  ไม้กระดานแผ่นที่ 3-4  ทั้งสองข้างของลำเรือไม่ต้องใช้ไฟลน  ให้กากีบและตัว(กงพราง)  หรือตัวกงจำลอง 

     4.  วางกงเป็นโครงเรือ  วางพาดไปตามความยาวของเรือเป็นหลักให้กงตั้งซึ่งจะติดกับกงยาก  กงตั้งจะโค้งไปตามลักษณะความลึกของท้องเรือ  ตั้งแต่หัวเรือขนานกันไปเรื่อย    จนถึงท้ายเรือ

     5.  ขึ้นกระดานเรือ  คือการวางกระดานเรือต่อจากแผ่นที่ 4  ต่อไม้กระดานขึ้นไปด้านบนอีก  ข้างๆ  ละ 5  แผ่น  เพื่อให้เป็นรูปเรือ   และตามความสูงของเรือ  โดยใช้ตาปูยึดไม้กระดานกับแกน

     6.  ใช้ตัวถีบขึ้นจุดส่วนหัวเรือ  กลาง  และส่วนท้ายของลำเรือ เพื่อให้ได้ความกว้างสมส่วนตามกับความยาวของลำเรือ

     7.  ขั้นตอนการทำกงมือลิง หรือวางตะเข้เรือ  ทับกับกงตั้งอีกทีหนึ่งเพื่อให้เรือแข็งแรง  เสริมกระดูกงูให้แข็งแรงขึ้นเริ่มต้นจากหัวเรือไปท้ายเรือ  มีขนาดความหนาประมาณ  4-5  นิ้ว  ตัดเป็นรูปทรงโค้งงอตามขนาด (ส่วนนี้คล้าย ๆ  กับซี่โครงของมนุษย์)  ซึ่งจะนำมาวางด้านในของท้องเรือ สลับไปมาทางด้านซ้ายและด้านขวา  การวางรูปแบบฟันปลา  โดยวางจุดเริ่มต้นตั้งแต่จุดกลางของลำเรือ  กรณีที่กระดูงูยาว 9  เมตร   ความกว้างของลำเรือ  285  เซนติเมตร  การวงกงเรือจะต้องวางจากจุดกึ่งกลางของลำเรือวางขึ้นไปด้านบนของลำเรือ  ด้านท้ายของลำเรือ  ระยะห่างระหว่างกง  15  เซนติเมตร  การวางกงเรือสลับไม้กง  ไม้กงวางด้านหลังของกงเพื่อไปหาส่วนท้ายเรือและหัวเรือ  

     8.  ปากถ้วย  การหุ้มของแกมเรือ ใช้สำหรับการลากอวนไม่ให้อวลติดหัวกง

     9.  ลูกกล้วย ( ราวทู)  สำหรับเรือใหญ่ ให้สวยงาม  และกันน้ำสาดเข้าลำเรือ  เวลาเรือเล่นการโต้คลื่น น้ำจะไปปะทะกับลูกกล้วย  และทำให้เรือ

     10.  ตัวโขน – โขนท้าย   เป็นตัวสูงขึ้นมาจากหัวเรือและท้ายเรือ  การตกแต่งประดับให้เกิดความสวยงามตามเอลักษณ์ของชุมชน  

     11การขัดไม้ของลำเรือด้านนอกเพื่อให้เรียบ และเกิดความสวยงาม

     12.  ตอกหมันด้วยการนำด้ายดิบผสมชันยาเรือ   พร้อมไปกับน้ำมันยางผสมปูนแดงเพื่ออุดรูสลักและรอยต่อระหว่างแผ่นกระดานเพื่อป้องกันน้ำรั่วเข้าไปภายในเรือ

     13.  ทาสีเรือ  เพื่อกันแดดกันฝน  กันน้ำ  กันตัวเพรียง  บริเวณท้องเรือและกระดานเรือมักนิยมทาสีเขียว  ส่วนราโทและกาบอ่อนมักจะทาสีส้มกับสีขาว

     14.  วางเครื่องยนต์ไว้ของตัวเรือ  บริเวณส่วนท้องเรือมีไม้สองท่อนวางขนานกันและเชื่อมกับใบทวนเรือซึ่งยื่นออกไปหลังหลักทรัพย์ท้ายเรือ

            บังหมูด กล่าวว่า  “  หาคนที่จะมาต่อเรือ  และรับช่วงต่อจาตนเองยากมาก  แม้แระทั่งลูก ๆ  ก็ไม่สนใจ  เพราะเป็นงานกรรมกร  เหนื่อย  ต้องตากแดด  ตากลม  เพราะเราใช้วิถีชีวิและการทำที่ริมชายฝั่ง  เรือ 1 ลำ  ต้องใช้เวลาหลายเดือน  ต้องใช้ความอดทน  ความพยายาม  ใจสู้ เพื่อให้งานสำเร็จ  การทำงานแข่งกับตัวเอง”

            จุดเด่นของภูมิปัญญาการทำเรือประมงของนายมังหมูด  หลงจิ   ทำโดยไม้ต้องมีแบบพิมพ์เขียวในการสร้างเรือแต่ละลำ    ขึ้นโครงสร้างของลำเรือตามขนาดของผู้ว่าจ้างเป็นหลักว่าต้องการขนาดลำเรือกว้างยาวเท่าไหร่    การออกแบบโครงและสร้างฐานตามแบบฉบับของเขา  และออกแบบไปทำไปตามองค์ความรู้ที่มีจากการประสบการณ์ที่  สั่งสมจนเกิดความชำนาญ ไม่มีวิชาที่สอนให้ทำในสถาบันการศึกษา  แต่เป็นสถาบันชีวิตที่ต้องเรียนรู้ และฝึกจากการสั่งสมประสบการณ์ของตนเองมาตลอดชั่วชีวิต   ผู้ที่หลงใหลลำเรือว่าด้วยการต่อเรือเป็นศาสตร์และศิลป ที่น่าควรยกย่อง และเข้าไปเรียนรู้    เพื่อรุ่นเยาวชนได้เห็นคุณค่าและสืบสานต่อยอดและควรค่าแก่การอนุรักษ์

Skip to content